DRIPPIN, WJSN, B.I และ ASTRO สาดความสนุกใส่สาวกเคป๊อปไทย ในมิวสิคคอนเสิร์ตที่ฮอตที่สุดและเทรนดี้ที่สุด LALAPA K-CONCERT IN BANGKOK (รอบแรก)

Last updated: 8 ต.ค. 2565  |  1043 จำนวนผู้เข้าชม  | 

DRIPPIN, WJSN, B.I และ ASTRO สาดความสนุกใส่สาวกเคป๊อปไทย ในมิวสิคคอนเสิร์ตที่ฮอตที่สุดและเทรนดี้ที่สุด LALAPA K-CONCERT IN BANGKOK (รอบแรก)

          จบลงแล้วอย่างสนุกสนานและอบอวลไปด้วยความสุขของเหล่าสาวกเคป็อปชาวไทย ที่ได้มาสนุกและพบปะใกล้ชิดกับ 8 ศิลปินสุดฮอต ในงาน “LALAPA K-CONCERT IN BANGKOK 2022” ที่จัดขึ้นไปวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ งานนี้ บริษัท PEERORUM (พีโอรึม) จัดเต็มแสง สี เสียง พร้อมมอบความฟินด้วยสิทธิพิเศษมากมายแบบเต็มพิกัดให้กับแฟนๆ ทุกคน

          โดยศิลปินทั้ง 8 ศิลปิน ไม่ว่าจะเป็น B.I, ASTRO, AB6IX, JEON SOMI, WJSN, CRAVITY และ DRIPPIN ต่างเตรียมโชว์สุดพิเศษ พร้อมเตรียมคำพูดภาษาไทยมาสื่อสารพูดคุยกับแฟนๆ ได้อย่างน่าประทับใจ ถือว่างานนี้จบลงด้วยความสุขทั้งศิลปินและแฟนคลับที่ร่วมกันความทรงจำอันแสนพิเศษได้อย่างน่าประทับใจทั้งสองรอบการแสดง ซึ่งก่อนการแสดงในแต่ละรอบนั้น จะมีช่วงเดินพรมแดงของศิลปินที่จะขึ้นโชว์ในงานเพื่อพบปะกับสื่อมวลชนและบรรดาแฟนคลับของพวกเขากันก่อนขึ้นเวที โดยในรอบแรกนั้นเป็นคิวของ 4 ศิลปินอย่าง ASTRO (อาสโทร), Drippin (ดริปปิน), B.I (บีไอ) และ WJSN (อูจูโซนยอ)

          สำหรับคอนเสิร์ตในรอบแรกนั้นเริ่มต้นในเวลา 13.00 น. เปิดฉากด้วยไอดอลน้องใหม่อย่าง 7 หนุ่ม Drippin (ดริปปิน) โดยงานนี้พวกเขาเตรียมเพลงสุดฮอตมาโชว์ให้เหล่า ดรีมมิ่ง (DREAMIN : ชื่อแฟนคลับ) ได้สนุกสนานกันถึง 5 เพลง เพลงแรกที่เลือกมาเปิดโชว์ก็คือเพลงไตเติ้ล ZERO จากซิงเกิ้ลอัลบั้ม 'Villain: ZERO' ของพวกเขานั่นเอง จบเพลงหนุ่มๆ ทักทายแฟนๆ เคป๊อปว่าบรรยากาศสุดยอดไปเลย และบรรยากาศที่กรุงเทพฯ ก็ร้อนแรงตั้งแต่ที่สนามบินมาแล้ว ก่อนชมอาหารไทยอย่าง 'ผัดไทย' ว่าอร่อยจริงๆ ทานมาแล้ว 5 จาน โดยที่หนุ่ม 'จุนโฮ' บอกว่าประทับใจมากๆ พวกเค้าคุยกันเสมอว่าอยากมาเมืองไทยและในที่สุดก็ได้มาจริงๆ ซะที ปกติถ้าอากาศร้อนจะไม่ค่อยรู้สึกดีนะแต่ว่าอากาศร้อนของกรุงเทพฯ เนี่ยรู้สึกว่ามันแตกต่างไปจริงๆ เพราะฉะนั้นเพื่อให้บรรยากาศร้อนแรงต่อเนื่องก็จะเข้าสู่เพลงต่อไปก็คือเพลง GAME และก็ต่อกันทันทีด้วยเพลง VILLAIN

          จบเพลง VILLAIN พิธีกรของงานในวันนี้อย่างวีเจเจมิกซ์-เจริญ แซ่จู พร้อมด้วยล่าม 'ยู คอนยอง' ก็กล่าวต้อนรับแฟนๆ เคป๊อปเขาสู่งาน LALAPA K-CONCERT IN BANGKOK 2022 อย่างเป็นทางการ ก่อนจะทักทายหนุ่มๆ DRIPPIN และแนะนำตัวกันทีละคนจากขวาไปซ้ายเริ่มจากน้องเล็กของวงอย่าง อเล็กซ์, ดงยุน, จุนโฮ, ยุนซอง, ชางอุค, อีฮยอบ และมินซอ ซึ่งนี่ถือเป็นการมาเมืองไทยครั้งแรกของพวกเขาในนามของ DRIPPIN ซึ่งชางอุค บอกว่า หลังเดบิวต์เป็น DRIPPIN แล้วก็มีการสื่อสารพูดคุยกับแฟนๆ ผ่านทางวิดีโอคอลมาโดยตลอด ทุกครั้งที่พูดคุยก็จะบอกเสมอว่าเดี๋ยวพวกเค้าก็จะพยายามไปเจอทุกคนแบบตัวเป็นๆ ครั้งนี้ก็ได้มาจนได้ รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เลย ทางด้านมินซอ เผยว่าอยากมาเมืองไทยเพื่อจะทานผลไม้ไทย โดยเฉพาะแตงโมที่อร่อยมาก พูดถึงแตงโมแล้วก็นึกถึงจุนโฮที่บอกว่าคิดถึง 'แตงโมปั่น' ที่เมืองไทยสุดๆ มาเมืองไทยครั้งนี้ทานไปแล้ว 4 แก้ว ความจริงแล้วแตงโมปั่นที่เกาหลีก็มีและก็อร่อยเหมือนกัน แต่ความแตกต่างก็คือถ้าทานที่เกาหลีจะมีบางครั้งที่ไม่อร่อยแต่ถ้าทานที่ไทยเมื่อวาน 4 แก้ว อร่อยทุกแก้ว เรียกว่าความคงเส้นคงวาต่างกันนั่นเอง เมื่อถามหนุ่มจุนโฮว่าได้แนะนำสมาชิกคนอื่นๆ ให้ทานแตงโมมั้ย หนุ่มจุนโฮก็บอกว่าก็ทานด้วยกันทั้งหมดนี่แหละครับ อร่อยมากเลย

          ถามถึงความนิยมในเมืองไทยที่กระแสตอบรับจากแฟนๆ ดีมาก โดยหลังจากที่ปล่อยมินิอัลบั้มชุดแรกอย่าง Boyager ออกมา เพลงก็ได้อันดับ 1 ใน iTunes ประเทศไทยและซิงเกิ้ลที่ 2 อย่าง Villain : ZERO กระแสตอบรับก็ดีไม่แพ้กัน ซึ่งหนุ่มชางอุคก็บอกว่า จริงๆ ก็พอจะรู้ว่าแฟนๆ ในเมืองไทยรักและให้กำลังใจพวกเค้าอยู่ พวกเขาก็บอกได้แค่เดียวว่า "ขอบคุณครับ" และนี่เป็นครั้งแรกของพวกเราที่ได้มาร้องเต้นต่อหน้าแฟนๆ ที่ไม่ใช่แฟนเกาหลี มันจึงเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ส่วนเมื่อถามว่ารู้มั้ยว่าทำไมถึงดังมากๆ ในไทย มินซอรีบตอบเลยว่าเพราะหล่อครับ ทำเอาเหล่า ดรีมมิ่ง (DREAMIN) กรี๊ดสนั่น ซึ่งนอกเหนือจากความหล่อแล้ว อีฮยอบ ก็เสริมว่าอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขา 'น่ารัก' นั่นเอง ก่อนจะสรุปว่าจริงๆ แล้วก็น่าจะเป็นเพราะว่าเพลง ไม่ใช่แค่เพลงไตเติ้ลเท่านั้น แต่เพลงในอัลบั้มทุกเพลงมีความหลากหลาย มีสีสันที่แตกต่างกันออกไป น่าจะทำให้แฟนๆ ชอบและให้การตอบรับที่ดี

          และถ้าพูดถึงเอ็มวี “Villain” ก็จะพูดถึงพลังวิเศษ หลายคนเลยอยากรู้ว่าถ้าแต่ละคนมีพลังวิเศษอยากมีพลังอะไร เริ่มจากมินซอที่บอกว่าอยากจะมีความสามารถในการแสดงต่อหน้าดรีมมิ่งไทยตลอดเวลา, อีฮยอบ อยากมีพลังวิเศษให้พูดได้ทุกภาษาเพื่อจะได้สื่อสารกับดรีมมิ่งไทยได้อย่างราบรื่น, ชางอุค บอกว่าในมิวสิควิดีโอเขาเป็นคนควบคุมเวลาได้ ก็เลยอยากควบคุมเวลา ณ ตอนนี้ให้อยู่ตลอดไป, ยุนซอง อยากมีพลังวิเศษเหมือนภาพยนตร์เรื่อง Jump เพราะฉะนั้นเวลาไทยดรีมมิ่งคิดถึงเค้าก็จะได้วาร์ปมาหาเลย ส่วนจุนโฮบอกจริงๆ อยากได้แบบเดียวกับพี่ชางอุค แต่โดนเลือกไปแล้วก็เลยอยากมีพลังเทเลพอร์ท สามารถที่จะวาร์ปมาเมืองไทยได้ตลอดเวลา ด้านดงยุนเรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นเพราะอยากมีความสามารถในการจ้องตาแล้วสามารถคว้าใจคนๆ มาได้เลย อยากจ้องตาทุกคนในฮอลล์ให้เป็นดรีมมิ่งให้หมดเลย สุดท้ายน้องเล็กอเล็กซ์ อยากมีความสามารถในการแยกร่างได้เพื่อที่จะได้ไปแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าทุกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ หลายๆ ที่พร้อมๆ กัน ทุกคนจะได้ชมพร้อมๆ กันนั่นเอง

          มาถึงช่วงพูด 'ภาษาไทย' ที่หนุ่มๆ เตรียมประโยคบอกรักกันมาเพียบทั้ง "รักนะจุ๊บๆ" "ขอบคุณครับ" "รักนะครับ" "ผมชื่อจุนโฮครับ" "ชอบนะครับ" "สุดยอด" ก่อนจะเข้าสู่เพลงต่อไปที่หนุ่มๆ บอกว่า เป็นเพลงสดใสและเทรนดี้ ซึ่งก็คือเพลง SWITCH เพลงนี้ 7 หนุ่มเดินออกมาเวทีหน้าและทักทายแฟนๆ กันอย่างทั่วถึง ซึ่งพอจบเพลง SWITCH หนุ่มๆ ก็บอกว่าเหลือเพลงสุดท้ายแล้ว ก่อนอ้อนว่าเป็นวงแรกก็จริง อย่าเก็บแรงไว้สำหรับวงอื่นมากเกินไปน้า ใจจริงอยากอยู่ถึงพรุ่งนี้แต่น่าเสียดายเหลือเพลงสุดท้ายแล้ว และเป็นเพลงที่น่ารักมากๆ เพลงนั้นก็คือเพลง FREE PASS ก่อนกล่าวปิดท้ายว่าอยากจะมาเมืองไทยบ่อยๆ เพราะฉะนั้นต่อไปที่พวกเค้ามาก็ขอให้ต้อนรับพวกเขาให้อบอุ่นอย่างนี้ทุกครั้ง "สัญญาได้ใช่มั้ยครับ" ก่อนทิ้งท้ายด้วยเพลง Free Pass ที่โปรยความน่ารัก โกยใจทั้งดรีมมิ่งและตกแฟนๆ จากด้อมอื่นๆ ไปอีกเพียบ

          ต่อด้วย 10 สาวเกิร์ลกรุ๊ปวง WJSN (อูจูโซนยอ) เพียงแค่โชว์เปิดเพลงแรก AURA ก็เรียกเสียงกรี๊ดทั้งจาก “อูจองชาวไทย” (UJUNG : ชื่อแฟนคลับ) และด้อมอื่นๆ ในงานได้กระหึ่มฮอลล์ ซึ่งหลังจบเพลงแรก สาวๆ ก็ทักทายแฟนๆ ชาวไทย โดยที่ลีดเดอร์เอ็กซี่ บอกว่าคิดถึงทุกคนมากจริงๆ วันนี้ได้เตรียมเวทีสนุกๆ มาเยอะเลย ขอให้ทุกคนร่วมสนุกด้วยกันจนถึงเวทีสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เพลงต่อไปอย่าง LAST SEQUENCE

         จบเพลง LAST SEQUENCE ก็ได้เวลาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการของ 10 สาวน้อยสุดมหัศจรรย์แห่งจักรวาล หรือที่รู้จักกันในนาม Cosmic Girls หรือ WJSN ซึ่ง 10 สาวก็แนะนำทีละคนเริ่มจากจากซ้ายไปขวา ยอรึม, โบนา, เอ็กซี่, ลูดา, ซอลอา, อึนซอ, ยอนจอง, ซูบิน, ดายอง, ดาวอน เรียกว่าน่ารักสดใสทุกคนเลย เมื่อเอ็มซีถามว่าล่าสุดมาเมืองไทยเมื่อไหร่ สาวๆ บอกว่านี่เป็นการมาเมืองไทยครั้งแรกของพวกเธอ สาวโบนา บอกว่ารู้สึกดีมากๆ เพราะอยากมาเมืองไทยมากๆ มาโดยตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจออูจองชาวไทย และแฟนๆ น่ารักมากๆ เลยก่อนบอก "Love you so much" ส่วนเมื่อถามว่ามาเมืองไทยครั้งนี้ตั้งใจจะทำอะไรหรืออยากไปไหนหรือเปล่า สาวดาวอน อยากทานข้าวเหนียวมะม่วง ส่วนลูดาบอก 'เล้งแซบ' อร่อยมากๆ กินที่เกาหลีอยู่บ่อยๆ มาเมืองไทยก็อยากกินแบบออริจินอล ด้านสาวซอลอาบอกว่าอยากกิน 'ส้มตำ' สำหรับเธอก็เหมือนพี่ลูดาเลยคือกินบ่อย กินแทบทุกวันเลย

         ถามถึงผลงานกันบ้าง อย่างที่เราทราบกันว่าสาวเอ็กซี่นั้นแร็พเป๊ะมาก แต่ในรายการ Second World (เป็นรายการเซอร์ไววัล ที่จะให้แร็พเปอร์สาวตัวแทนของไอดอลเกิร์ลกรุป มาโชว์ความสามารถในอีกด้านของพวกเธอด้วยพลังเสียงในการร้องเพลงที่โดดเด่นไม่แพ้การแร็พ) นอกจากจะแร็พแล้วยังได้เห็นว่าเธอร้องเพลงเพราะมากๆ ซึ่งเธอบอกว่าตอนนี้กำลังถ่ายทำรายการทางช่อง JTBC อยากให้แฟนๆ ในเมืองไทยคอยชมและให้กำลังใจพวกเธอกันด้วย ด้านสาวโบนานอกจากการเป็นนักร้องแล้วเธอมีผลงานซีรีส์ 2521 (Twenty-Five Twenty-One) ที่ดังมากๆ ในเมืองไทย (และทั่วโลก) ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าได้ยินมาบ้างว่าในเมืองไทยได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ ก็เลยอยากเจอกับแฟนๆ ด้วยตัวเองสักครั้งนึง วันนี้ได้เจอกันจนได้ ก็อยากจะขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากๆ เลย ด้านสาวๆ ที่เหลืออย่างยอนจอง ก็กำลังมีผลงานมิวสิคัลที่เป็นการนำละครเรื่องนึงมาทำเป็นมิวสิคัลและตอนนี้กำลังแสดงอยู่ ด้านลูดาเผยว่ากำลังถ่ายทำซีรี่ส์ที่เป็นเว็บดราม่าเรื่อง "My X Twenty" คาดว่าจะออนแอร์ช่วงเดือนธันวาคม ก็เลยฝากให้อูจองไทยติดตามชมกันด้วย

         มาถึงคำถามยอดฮิตที่ว่าพูดถึงประเทศไทยก่อนจะมาคิดถึงอะไร สาวๆ ประสานเสียงนึกถึงอาหารอยาง 'ต้มยำกุ้ง' 'แกงเขียวหวาน' แต่มีรายนึงมาแปลกบอกคิดถึง 'ร่างทรง' ภาพยนตร์ที่ดังไกลถึงเกาหลี ส่วนสาวยอรึมมาแนวอ้อนบอกว่า "ก็ต้องนึกถึงอูจองไทยสิคะ" ด้านสาวดาวอนบอกคิดถึง 'ผักบุ้งไฟแดง' ถามต่อว่าในบรรดาสาวๆ 10 คนใครที่พูดไทยได้บ้าง สาวลูดาบอกว่าเธอเรียนภาษาไทยจากเพื่อนซึ่งมีหลายคำเลยทั้ง "อยากกินแตงโมปั่น" "อยากไปประเทศไทย" "อยากอาบน้ำ" "(ทำเสียงซู้ดปาก) แซ่บบบบบบ)" เอ็มซีรีบชมว่าแอคเซนท์เป๊ะเว่อร์เหมือนคนไทยมาเองเลย ก่อนที่จะเข้าสู่โชว์ต่อไปที่สาวเอ็กซี่บอกว่าเพลงต่อไปก็คือเพลง UNNATURAL ที่มีท่าเต้นสุดเซ็กซี่เรียกเสียงซู้ดจากอูจองชาวไทยและแฟนๆ ด้อมอื่นในฮอลล์สนั่น จบเพลงสาวลูดาถามว่าทุกคนสนุกกันอยู่มั้ย ถ้าสนุกก็ขอเสียงอีกครั้ง ด้านสาวโบนาบอกว่ามีความสุขมากๆ และรู้สึกว่านี่เป็นเวลาอันมีค่าที่พวกเธอได้เดินทางมาถึงเมืองไทยในวันนี้ ลีดเดอร์เอ็กซี่บอกเสียดายที่มาถึงเพลงสุดท้ายแล้ว วันนี้รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มาเจอกัน ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมามีคอนเสิร์ตกับทุกๆ คนพร้อมกันอีกครั้ง ด้านสาวยอรึมบอกว่าเธอมีคำที่เตรียมมาแต่เมื่อกี๊ไม่มีโอกาสได้พูดค่ะ นั่นก็คือคำว่า "จะคิดถึงนะคะ" "รักนะจุ๊บๆ" แน่นอนว่า อูจองชาวไทยก็อยากบอกเธอกลับไปแบบนั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ 2 เพลงสุดท้ายอย่าง SAVE ME SAVE YOU และ AS YOU WISH เรียกว่าไม่ว่าจะโชว์เพลงไหน แฟนๆ ทั้งฮอลล์ก็ต่างสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจไปกับเพอฟอร์แมนซ์ของพวกเธอที่เป๊ะปัง สวยงามตามท้องเรื่องมากๆ

          และก็มาถึงศิลปินหนุ่มสุดเท่ B.I (บีไอ) ที่มาสาดความฮอตปรอทแตก แฟนๆ ทั้งฮอลล์กระหน่ำกริ๊ด ด้าน “ไอดีไทย” (ID : ชื่อแฟนคลับ) ก็พร้อมใจกันเปิดแท่งไฟโบกสะบัดแน่นฮอลล์ หนุ่มเท่เริ่มโชว์ด้วยเพลง WATERFALL และ ILLA ILLA กับสเต็ปเต้นสุดร้อนแรง พร้อมเดินทักทายแฟนๆ รอบฮอลล์อย่างใกล้ชิด หลังจบสองเพลงแรก เจ้าตัวก็พักทักทายแฟนๆ ชาวไทยเล็กน้อยว่าดีใจที่ได้พบกับทุกคนอีกครั้ง ขอบคุณที่ให้การต้อนรับที่อบอุ่นมากๆ ก่อนถาม "ทุกคนยังสนุกกันอยู่มั้ยครับ ฟังเสียงแล้วเหมือนไม่ค่อยจะสนุกกันเท่าไหร่เลย" แน่นอนว่าไอดีไทยไม่เห็นด้วยก่อนส่งเสียงทักทายอย่างร้อนแรงกลับยิ่งกว่าเดิมอย่างที่หนุ่มบีไออยากให้เป็น เมื่อเครื่องร้อนเต็มที่แล้วบีไอก็ต่อเนื่องกันด้วยโชว์เพลง FLAME และ LOVER

          จบเพลง LOVER ก็ได้เวลาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ โดยเอ็มซีบอกว่า หนุ่มบีไอมากรุงเทพฯ หลายครั้งแล้วแต่นี่เป็นการเจอกันครั้งแรกของเขากับบีไอ บีไอเลยรีบขอฝากเนื้อฝากตัวกับพิธีกรซะเลย หนุ่มเท่คนนี้เพิ่งมาเมืองไทยเมื่ออาทิตย์ก่อน และวันนี้ก็กลับมาเจออีกครั้ง เอ็มซีถามว่า หายคิดถึงแฟนๆ ไอดีไทยหรือยัง เจ้าตัวบอกว่า ความคิดถึงไม่เคยหายไป ความคิดถึงจะตามติดตัวเสมอ เล่นเอาไอดีไทยกรี๊ดสนั่นให้กับความปากหวานของศิลปินขวัญใจ เอ็มซียังบอกว่าก่อนขึ้นเวทีไอดีไทยฝากความคิดถึงมาให้ตลอดเวลา ยังไงก็ฝากรับความคิดถึงจากไอดีไทยด้วยนะ เจ้าตัวบอกว่าได้เลย และอย่างที่ทราบในฮอลล์วันนี้ไม่ได้มีแค่ไอดีอย่างเดียว มีแฟนๆ หลายกลุ่มที่อาจจะไม่ได้รู้จักบีไอแบบลึกซึ้งมาก เอ็มซีก็เลยอยากให้แนะนำตัวกับแฟนๆ ที่ไม่ใช่ไอดีเพื่อจะดึงเข้ามาเป็นไอดีซะเลย เจอคำถามนี้เข้าไป บีไอบอกคาดไม่ถึงเลยขอเวลาคิดแป๊บนึงก่อนบอกว่า "ผมบีไอ อายุ 25 ปีครับ เห็นหน้าแบบนี้จิตใจดีครับ จะขอบคุณมากถ้ารักผมมากๆ นะครับ จะทุ่มเททั้งกายและใจ พยายามเต็มที่เพื่อให้ทุกคนได้สนุกสนานกันเต็มที่ในวันนี้นะครับ" เรียกว่าลีลาอ้อนก็ขั้นเทพเหมือนกัน เอ็มซีเลยอวยต่อว่าแฟนๆ หลายคนบอกว่าบีไอทั้งแร็พเก่ง ร้องเก่ง เต้นเก่ง มีอะไรจะปฏิเสธมั้ย เจ้าตัวยิ้มเขินก่อนบอกว่าก็ไม่ถึงกับว่าแย่อะนะ เอ็มซีชมต่อว่าเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านจริงๆ แต่มีอย่างนึงที่ไทยไอดีอยากรู้คือเวลาทำเพลงแต่ละเพลง มีมั้ยที่เวลาอยู่เมืองไทยแล้วมีโมเมนท์ในการแต่งเพลง หนุ่มบีไอบอกว่าจริงๆ ช่วงนี้ไม่ได้เป็นช่วงที่แต่งหรือทำเพลงอะไรและไม่ได้มาเมืองไทยนานแล้วด้วย แต่ว่ามีอยู่ครั้งนึงที่มาเมืองไทยแล้วได้แต่งเพลงในห้องที่โรงแรมในเมืองไทย เพลงนั้นออกมาแล้วแต่จำไม่ได้ว่าเพลงชื่ออะไร เพราะปกติจะแต่งเพลงที่ห้องในโรงแรมอยู่บ่อยเหมือนกัน

          เมื่อถามว่าก่อนมาเมืองไทย ถ้าพูดถึงเมืองไทย นึกถึงอะไรเป็นลำดับแรก เจ้าตัวบอกว่าอย่างแรกแน่นอนว่าต้องเป็นไอดีไทย อย่างที่ 2 ผัดไทย อย่างที่ 3 โรตี เพราะว่าล่าสุดที่มาสัปดาห์ที่แล้ว ทานโรตีแล้วอร่อยมาก ก่อนที่จะเข้าสู่เวทีต่อไปที่เป็น 2 เพลงต่อเนื่องและเป็นเพลงสนุกสนาน บีไอบอกว่าแฟนๆ ที่นั่งอยู่ถ้าไม่ได้ปวดขามากก็ขอให้ลุกขึ้นเต้นไปด้วยกันกับบทเพลงฮิตๆ ที่เขาตั้งใจเตรียมมาโชว์อย่างเต็มที่ทั้ง ILLUSION และบทเพลงสุดฮิตอย่าง COSMOS ซึ่งพอจบเพลงเจ้าตัวก็บอกว่าต่อไปก็เหลือเพลงเดียวแล้วนะ ขอบคุณที่สนุกกับเวทีของเขาจนถึงเวทีสุดท้าย ก่อนเผยปกติเป็นคนนอนเช้าตื่นกลางคืน ก่อนขึ้นเวทีเขารู้สึกเพลียมากเลย แต่ตอนนี้กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเหมือนได้ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเพราะทุกๆ คนแท้ๆ เลย "ขอบคุณสำหรับวันนี้ครับ" (ภาษาไทย) "เจอกันใหม่ครับ" (ภาษาไทย) และถ้าหากว่าทุกคนช่วยกันร้องเพลงสุดท้ายนี้จะขอบคุณมากและบทเพลงส่งท้ายของหนุ่มบีไอก็คือเพลง BTBT นั่นเอง ก่อนจะปิดท้ายขอบคุณแฟน?ๆ พร้อมทั้งยังรับปากว่าจะหาโอกาสกลับมาเจอทุกคนอีกแน่นอน

          ปิดท้ายรอบแรกกันด้วย 4 หนุ่ม ASTRO (อาสโทร) ที่เตรียมเพอร์ฟอแมนซ์มาอย่างเต็มที่กว่า 6 เพลง มีทั้งโชว์เดี่ยว และโชว์คู่ในยูนิตพิเศษ เริ่มต้นด้วยเพลงสุดมันส์อย่าง JUST BREATH จากยูนิต จินจิน และ ร็อคกี้ แค่เพลงแรกก็เรียกเสียงกรี๊ดแบบไม่กลัวเสียงหายกันเลยทีเดียว จบเพลง 2 หนุ่มทักทายแฟนๆ ทั้งเหล่าอโรฮ่าและด้อมอื่นๆ ในฮอลล์ "สวัสดีครับทุกคน จินจินกับร็อคกี้ครับ" หนุ่ม จินจินบอกว่า พวกเค้ามาเมืองไทยในรอบหลายปีเลยแต่บรรยากาศร้อนแรงแบบนี้เหมือนเดิมเลย ก่อนบอกว่าเพลงต่อไปที่จะได้ฟังกันเป็นเพลงที่ขี้เกียจมากๆ เลย ขี้เกียจขนาดไหน ก็ประมาณว่าเป็นภาพที่เจ้าตัวอย่างหนุ่มจินจินอยู่บ้าน เป็นเพลงที่วาดภาพความขี้เกียจในชีวิตจริงในแต่ละวันของเขาว่างั้น ด้านหนุ่มร็อคกี้บอกว่าเพลงต่อไปเป็นเวทีของจินจิน ส่วนเจ้าตัวก็จะลงไปเตรียมเวทีต่อไป ก่อนที่หนุ่มจินจินจะชวนทุกคนตกหลุมเข้าไปในความขี้เกียจของเขากับบทเพลงสนุกๆ ทำนองติดหูอย่าง LAZY จากนั้นหนุ่มร็อคกี้ก็พาแฟนๆ ดำดิ่งไปกับอารมณ์ความรู้สึกในเพลง CPR ที่เจ้าตัวได้โชว์พลังเสียงอันสุดยอดกับไฮโน้ตที่ไม่ธรรมดา

         จบจากยูนิตแรกไปแล้วก็มาต่อกันที่ยูนิตของดูโอ มุนบิน&ซานฮา กันบ้างในเพลง GHOST TOWN จบเพลงก็เข้าสู่ช่วงทักทายอย่างเป็นทางการ เริ่มจากการแนะนำตัวให้หลายด้อมรู้จัก ซึ่งหนุ่มๆ ที่มาเมืองไทยหลายครั้งแล้วก็ขอทักทายเป็นภาษาไทยกันทุกคนเริ่มจาก ซานฮา "สวัสดีคร้าบ ซานฮาคร้าบ", มุนบิน "สวัสดีครับ มุนบินครับ", ร็อคกี้ "ร็อคกี้ครับ" และจินจิน "สวัสดีครับ จินจินครับ" เอ็มซีบอกว่าอาสโทรมาไทยทุกครั้ง สนุกทุกครั้ง เลยอยากรู้ว่าล่าสุดที่มาไทยคือเมื่อไหร่ จินจินบอกว่าน่าจะประมาณ 4 ปีที่แล้วหรือปี 2018 เอ็มซีรีบถามเลยว่าทำไมปล่อยให้อโรฮ่า (Aloha : ชื่อแฟนคลับ) รอนานขนาดนี้ ซึ่งหนุ่มมุนบินก็บอกว่าจริงๆ พวกเขาเองก็คิดถึงแฟนๆ ชาวไทยมากๆ ตั้งตารอคอยเวลาที่จะมาเจอ และวันนี้ก็มาถึงแล้ว ส่วนเมื่อถามถึงยูนิตของวงว่าแตกต่างยังไง มุนบินก็บอกว่าพื้นที่ว่างของเมมเบอร์ที่หายไปก็เป็นอะไรที่น่าเสียดาย แต่ว่าการที่อยู่กันแค่ 2 คนก็เป็นเสน่ห์อีกแบบ มีความอิสระมากขึ้น ซึ่งนี่เองที่น่าจะเป็นความแตกต่าง ส่วนจุดแตกต่างระหว่างสองยูนิตอยู่ตรงไหน มุนบินบอกว่า มุนบินกับซานฮา จะเป็นอะไรที่ดาร์คนิดนึง แต่จินจินกับร็อคกี้ จะเป็นอะไรที่สดใส สว่างมากกว่า เอ็มซีถามต่อว่าแล้วทำไมสายดาร์คถึงใส่ชุดขาวล่ะ จินจินบอกว่ามันจะได้คอนทราสต์กันไง

          ส่วนเมื่อถามว่าถ้าพูดถึงเมืองไทยแล้วนึกถึงอะไร จินจินบอกว่านึกถึง 'แทกุกอโรฮ่า' ด้านร็อคกี้บอกนึกถึงประโยค "ครับครับ รักนะครับ" เพราะว่าพูดบ่อยนั่นเอง หนุ่มมุนบินบอกว่าคิดถึง "ผัดไทย" เพราะว่าตัวเองเป็นคนชอบกิน มาถึงก็ได้โซ้ยไปแล้วเรียบร้อย ด้านซานฮาบอกนึกถึงประโยค "ครับๆ ขอบคุณครับ" "ครับๆ รักนะครับ" เพราะเป็นคำฮิตของตัวเค้านั่นเอง ส่วนเมื่อถามว่าจะกลับมามีโชว์ที่เมืองไทยอีกเมื่อไหร่ จินจิน ก็บอกว่าจริงๆ มีคิวที่จะมาเมืองไทยไปแล้ว แต่ว่าสถานการณ์โควิดมันยังไม่คลี่คลายเต็มที่ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่โควิดคลี่คลายสามารถที่จะร่วมเต้น โดด สนุก กันได้เต็มที่เมื่อไหร่พวกเค้าจะกลับมาแน่นอน เอ็มซีเลยชิงถามว่าถ้าเป็นอาทิตย์หน้าล่ะ จินจินตั้งตัวไม่ทันหัวเราะออกมาก่อนเอ่ยประโยคสุดฮิต "ครับครับ สวัสดีครับ" จากนั้นซานฮาได้แนะนำบทเพลงในช่วงสุดท้ายที่อยู่ในมินิอัลบั้มที่ 2 ที่ชื่อว่า REFUGE พร้อมบอกว่าเพลงนี้ท่อนฮุคจะมีความติดหูสูงมาก ซึ่งมุนบินเสริมว่า เพลงสุดท้ายจะมีการเปลี่ยนเนื้อช่วงท้ายที่จะขอความร่วมมือจากแฟนๆ ในฮอลล์ โดยเมื่อพวกเขาร้องว่า "ครับ ครับ" ให้แฟนๆ ร้องตอบ "ขอบคุณครับ" รวมไปถึง "ครับ ครับ" และให้แฟนๆ ร้องตอบ "รักนะครับ" ซึ่งเพลงดังกล่าวก็คือเพลงน่ารักๆ อย่าง BOO ที่แฟนๆ ทำตามคำขอของหนุ่มๆ กันได้อย่างพร้อมเพรียงและน่าประทับใจ

          จบเพลง BOO ของ 'มุนบิน&ซานฮา' สองหนุ่มก็บอกว่าได้โชว์เพลงที่สดใสไปแล้ว ก็มาถึงโชว์ดาร์คๆ เซ็กซี่ๆ หน่อย ซึ่งมุนบินบอกว่ามาถึงเพลงสุดท้ายแล้ว ครั้งต่อไปที่พวกเขาจะมาก็จะมาพร้อมเวทีและเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่เจ๋งๆ มากขึ้นขอให้ทุกคนรอพวกเขาด้วยนะครับ และแล้วก็มาถึงเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตในรอบแรกอย่าง WHO ที่แฟนๆ ยกนิ้วให้บอกแซ่บไม่ไหว ร้อนแรงสุดๆ ไปเลย ร้อนแรงขนาดไหนก็ถึงมุนบินชี้ให้ดูเลยกางเกงขาดเลยทีเดียว จากนั้นก็เดินขอบคุณแฟนๆ ส่งท้าย โดยที่จินจินและร็อคกี้ขึ้นมาสมบท จินจินบอกว่า พวกเขามาเมืองไทยในรอบ 4 ปี ขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างดีทั้งอโรฮ่าและแฟนๆ ทุกท่าน พวกเขาจะรีบกลับมาจัดคอนเสิร์ตที่นี่ และจะขอบคุณมากๆ เลยนะครับถ้าทุกคนรอพวกเค้า ด้านซานฮาบอกว่าไม่มานานขนาดนี้ไม่คิดว่าจะมีอโรฮ่ามาเยอะขนาดนี้ ส่วนมุนบินบอกไม่ใช่แค่อโรฮ่าเท่านั้น แต่มีแฟนๆ ที่รักในเคป๊อปมากันเยอะขนาดนี้ ทำให้วันนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะลาไปด้วยประโยคซิกเนเจอร์ของพวกเขาอย่าง "ครับ ครับ ขอบคุณครับ ครับ ครับ รักนะครับ" ถึงสามรอบ เรียกว่างานนี้เหล่าอโรฮ่าไทยตกหลุมรักแล้วตกหลุมรักอีก เพราะได้รับเอเนอร์จี้บวกจากหนุ่ม ๆ อย่างเต็มที่นั่นเอง

 

 #LALAPA_K_CONCERT 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้