สิ้นสุดการรอคอย! PUN พาทุกความคิดถึงกลับมาเจอกันอีกครั้ง ใน "The Space Between Dream and Dawn Comeback Show"

Last updated: 12 ส.ค. 2569  | 

สิ้นสุดการรอคอย! PUN พาทุกความคิดถึงกลับมาเจอกันอีกครั้ง ใน "The Space Between Dream and Dawn  Comeback Show"

         จากโลกแห่งความฝันใน MUSEUM OF SOMNIA สู่แสงแรกของบทใหม่ PUN ชวนทุกคนก้าวต่อไปด้วยกันในค่ำคืนแห่ง “The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show”

         ในที่สุดช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยก็มาถึง หลังจากพาทุกคนเดินทางผ่านโลกแห่งความฝันใน MUSEUM OF SOMNIA – An Embodied Music Experience ล่าสุด PUN เปิดบทใหม่ของการเดินทางใน PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show เวทีแรกหลังการอุปสมบท ที่มีความหมายมากกว่าแค่คัมแบ็กโชว์ เพราะนี่คือค่ำคืนที่ PUN และแฟนเพลงได้กลับมาใช้ช่วงเวลาร่วมกัน ผ่านบทเพลงและเรื่องราวที่เชื่อมโยงความรู้สึกตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เพราะเพลงของ PUN ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงบทเพลง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เก็บทั้งความรัก ความคิดถึง การรอคอย และการเริ่มต้นใหม่เอาไว้ และทั้งหมดได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นเรื่องราวบทใหม่ของโชว์ครั้งนี้

         โดยโชว์บนเวที The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show ครั้งนี้ PUN ลงมือออกแบบโชว์ทุกองค์ประกอบด้วยตัวเอง ตั้งแต่คอนเซปต์ การเล่าเรื่อง ลำดับเพลง ไปจนถึงประสบการณ์ที่ต้องการส่งต่อให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และผ่าน Live Stream โดยเชื่อมโลกแห่งความฝันจาก MUSEUM OF SOMNIA สู่แสงแรกบทใหม่ ในค่ำคืนแห่ง “The Space Between Dream and Dawn" ได้อย่างลงตัว

        ทันทีที่นาฬิกาในฮอลล์นับถอยหลังถึง 00:00 และไฟทั้งฮอลล์ดับลง PUN เปิดตัวด้วยเซอร์ไพรส์จากรถยนต์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมิวสิกวิดีโอเพลง Day One ก่อนเริ่มต้นค่ำคืนด้วยเพลง “รักให้เธอได้รู้ (Proof.)” ราวกับเป็นประโยคแรกที่อยากพูดหลังจากไม่ได้พบเจอกับแฟนมานาน แล้วต่อด้วย “BF” ที่เปลี่ยนบรรยากาศให้สนุกและมีชีวิตชีวามากขึ้น

         จากนั้นโชว์เคลื่อนเข้าสู่เวทีใต้พระอาทิตย์ อีกหนึ่งซิกเนเจอร์จาก MUSEUM OF SOMNIA พร้อมพาทุกคนเข้าสู่เรื่องราวของการรอคอยผ่าน “รอที่เส้นขอบฟ้า” เพลงที่ยิ่งมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อถูกนำกลับมาร้องในคืนแห่งการคัมแบ็ก เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ PUN ที่รอวันที่จะได้กลับมายืนบนเวที แต่แฟนๆ เองก็กำลังรอวันที่จะได้พบเขาอีกครั้งเช่นกัน

         ก่อนส่งต่ออารมณ์ด้วย “Stay” และเซอร์ไพรส์กับ Special Guest เพียงหนึ่งเดียวของงานอย่าง MUON (มิวออน) ที่มาร่วมร้อง “นอนนี่ (Zzz.)” เติมความน่ารักและอบอุ่นให้กับโชว์ผ่านโมเมนต์ของเพื่อนสนิทที่ได้กลับมาเจอกัน

         เรื่องราวดำเนินต่อเข้าสู่ “บ้าน” อีกหนึ่งกิมมิกของงาน ผ่านเพลง “Living Death” ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการรอคอยทั้งที่รู้ว่าควรตัดใจ แต่กลับยังเดินออกมาไม่ได้ ก่อนเคลื่อนสู่บึงน้ำในเพลง “ที่เดิม” ซึ่งสะท้อนความรู้สึกที่ว่า ต่อให้เวลาผ่านไป บางอย่างก็ยังคงอยู่ที่เดิม และสำหรับใครหลายคน “ที่เดิม” อาจไม่ใช่สถานที่ แต่อาจเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ยังถูกเก็บเอาไว้ในใจ

        จากความทรงจำ โชว์พาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นกับ “DAY ONE” เพลงที่พูดถึงวันแรกของความรักและความรู้สึกสดใหม่ ซึ่งในค่ำคืนนี้ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นบทใหม่ของ PUN

         ก่อนเข้าสู่ช่วงท้าย PUN เก็บภาพความประทับใจร่วมกับแฟนๆ ทั้งในฮอลล์และทางบ้าน พร้อมกล่าวขอบคุณสปอนเซอร์ พาร์ทเนอร์ สื่อมวลชน คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงทีมงานจาก Universal Music Thailand ค่ายที่คอยสนับสนุนให้เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ตลอดจนทีมนักดนตรีและทีมงานเบื้องหลังทุกคนที่ร่วมกันทำให้โชว์ครั้งนี้เกิดขึ้น

         ค่ำคืนเดินทางมาถึงช่วงท้ายกับ “I Just Wanna Know” ก่อนที่ PUN จะเปิดใจถึงช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา และฝากข้อความถึงแฟนเพลงว่า

         “ขอบคุณแฟนๆ ที่รออยู่เสมอ สามเดือนผมได้อะไรมาเยอะมาก คิดว่าในอนาคตอาจจะมีเพลงแล้วก็โปรเจกต์ใหม่ๆ ที่อยากจะเชิญชวนทุกคนให้ทำ ไม่ว่าจะทอดกฐิน ทอดผ้าป่า อะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวมันจะมีแน่ๆ อันนี้พูดจริงๆ นะ สุดท้ายทุกอย่างมันไม่เที่ยง ทุกอย่างมันเดินสู่ความเสื่อมเสมอ ที่ผมได้มาจากการบวช ผมเห็นคนมากมายที่เขาเข้ามาแล้วผ่านไป แล้วผมก็ไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว หรือบางคนได้กลับมาเจอกันใหม่ เป็นเรื่องของบุญวาสนาที่เราได้ทำมา วันนี้ทุกคนมีบุญมากๆ นะที่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ ทางบ้านด้วยนะ คุณก็ยังมีบุญอยู่ ไว้เจอกันในงานถัดๆ ไปนะ”

        จากนั้น PUN กลับขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อม “ขอแค่นี้ (Forever n ever)” เพลงที่เปรียบเสมือนคำขอสุดท้ายของค่ำคืน หลังจากพาทุกคนเดินทางผ่านทั้งความรัก ความคิดถึง การรอคอย และการเริ่มต้นใหม่มาด้วยกัน

         และเมื่อบทเพลงสุดท้ายจบลง เรื่องราวบนเวทีก็เดินทางเข้าสู่ End Credit ที่ครั้งนี้ไม่ได้บันทึกเพียงชื่อของศิลปินและทีมงาน แต่ยังมีชื่อของผู้ร่วมเดินทางทุกคนปรากฏอยู่บนหน้าสุดท้ายของการแสดง เพราะ PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show คงไม่สมบูรณ์ หากไม่มีทุกคนที่เลือกเดินทางมาด้วยกัน

         ท้ายที่สุด การคัมแบ็กครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่แค่การกลับมาของ PUN แต่คือการได้กลับมาเจอกันอีกครั้งของ “คนที่คิดถึงกัน” พร้อมเปิดบทใหม่ของการเดินทาง ที่จากวันนี้จะได้เดินไปด้วยกันอีกครั้ง

#PUN #PUNComebackShow #UniversalMusicTH


ติดตาม PUN ที่

FACEBOOK: @punisalwayshappy

INSTAGRAM: @pun___official

TIKTOK: @punisalwayshappyy

YOUTUBE: @PUNISALWAYSHAPPY

ติดตาม Universal Music Thailand ที่

FACEBOOK: @universalmusicthailand

INSTAGRAM: @universalmusicth

X: @UMusicThai

TIKTOK: @universalmusicthailand

YOUTUBE: @universalmusicthailand

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้