ONE OR EIGHT เปิดตัวมินิอัลบั้มชุดแรก "GATHER" พร้อมเพลงหลัก "TOKYO DRIFT"

Last updated: 29 ม.ค. 2569  | 

ONE OR EIGHT  เปิดตัวมินิอัลบั้มชุดแรก "GATHER" พร้อมเพลงหลัก "TOKYO DRIFT"

(credit: Avex Music Creative Inc.)

          บอยกรุ๊ปญี่ปุ่นมาแรง ONE OR EIGHT ส่งมินิอัลบั้มชุดแรกที่ทุกคนตั้งตารอ GATHER ซึ่งรวมเพลงในช่วงเดบิวต์เข้ากับเพลงใหม่ๆ ของวง โดยผสมผสานการทดลองสิ่งใหม่ๆ อย่างกล้าหาญเข้ากับอิทธิพลทางดนตรีระดับโลก พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวแห่งพลังของความสามัคคีและความทะเยอทะยาน อัลบั้มนี้สะท้อนภารกิจของวงในฐานะบอยกรุ๊ปเจนใหม่ของญี่ปุ่น ที่จะก้าวข้าม “จากญี่ปุ่นสู่ระดับโลก”

         GATHER สร้างสรรค์แก่นแท้แห่งความเท่แบบญี่ปุ่นขึ้นมาใหม่ ผสานเข้ากับวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่แบบดิบๆ และกระบวนการผลิตระดับโลกที่ทันสมัย ในขณะที่เหล่าสมาชิกต่างนำเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัวมารวมเข้าไว้ด้วยกัน อัลบั้มที่มีทั้งหมด 8 เพลงนี้ได้พาไปสำรวจการค้นหาระเบียบแบบแผนใหม่ภายใต้ความโกลาหลแห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล “หลอมรวม” กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่

         มินิอัลบั้มนี้เปิดตัวด้วย “TOKYO DRIFT” เพลงสุดมันส์ที่หยิบเอาเพลงธีมของหนัง Fast & Furious: Tokyo Drift มาเป็นส่วนประกอบหลัก ตัวเพลงถูกสร้างขึ้นโดยมีเสียงเร่งเครื่องยนต์เป็นแกนหลัก ผสานจังหวะอิเล็กทรอนิกส์สุดเร้าใจกับการสอดประสานอันทรงพลังของเนื้อร้องภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ พลังของเพลงนี้ปลุกเร้าการแข่งขันแห่งความเร็ว, การเหยียบคันเร่ง และความตื่นเต้นของการเดิมพันด้วยตัวเอง พร้อมสร้างโทนที่กล้าแกร่งให้กับอัลบั้มชุดนี้ รับชมมิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=Qcz-7evvAqY

       ตามมาด้วยเพลง “Don’t Tell Nobody” ที่สร้างสรรค์โดยนักแต่งเพลงฮิตระดับโลก Ryan Tedder (นักร้องนำและโปรดิวเซอร์วง OneRepublic) และ David Stewart (ที่เคยร่วมงานกับ BTS, Alan Walker Jonas Brothers) รวมถึงได้วิศวกรเสียงระดับรางวัลแกรมมี่ Josh Gudwin (ที่เคยร่วมงานกับ Justin Bieber, Rihanna, Jennifer Lopez) มามิกซ์เสียงให้ เพลงนี้เป็นการจับคู่ระหว่างท่วงทำนองป๊อปติดหูกับจังหวะแร็ปคมคาย พร้อมมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เต็มไปด้วยพลังและมีความเป็นสากลอย่างแท้จริง ส่วนมิวสิกวิดีโอที่ปล่อยออกมาพร้อมกัน ก็นำเสนอตัวตนที่ขี้เล่นและมีชีวิตชีวาของ ONE OR EIGHT ที่เปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นของ “HAPPY BADBOY” ผ่านงานภาพที่ทรงพลังและการถ่ายภาพด้วยโดรน

          “DSTM” นำเพลงฮิต “Don’t Stop the Music” ของ Rihanna มาตีความให้สดใหม่ภายใต้การโปรดิวซ์ของ Stargate เพลงนี้แทรกจังหวะที่กระชับหนักแน่นด้วยองค์ประกอบแวววาวที่ได้แรงบันดาลใจจากยุค Y2K พร้อมผสานเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษที่สะท้อนถึงคติของวง : ตราบใดที่เพลงยังคงบรรเลงต่อไป ความหลงใหลของพวกเขาก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง เพลงนี้เชื่อมโยงความถวิลหาอดีตเข้ากับความทันสมัย จนโดดเด่นในฐานะเพลงที่เชื่อมโยงผู้ฟังต่างเจนเข้าไว้ด้วยกัน

          “POWER” ซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนอัลบั้ม ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นเพลงปิดของอนิเมะเรื่อง Yoroi Shinden Samurai Troopers ถือเป็นแกนหลักสำคัญในแนวคิดของอัลบั้ม GATHER ด้วยดนตรีเออร์เบิร์น-ป๊อปที่ดุดันแต่ติดหู เพลงนี้สะท้อนพลังที่ถูกค้นพบอีกครั้งผ่านความยากลำบาก, สายสัมพันธ์ของมิตรภาพ และความยืดหยุ่นที่ทำให้กลับมาลุกขึ้นยืนได้ใหม่ โดยรวมเอาองค์ประกอบของฮิปฮอป, แทร็ป, อาร์แอนด์บี และแนวดนตรีในคลับเอาไว้ “POWER” แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางศิลปะที่เติบโตขึ้น รวมถึงมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งขึ้นของวง ONE OR EIGHT

           อีกหนึ่งเพลงไฮไลท์หลัก ก็คือเพลงก่อนเดบิวต์อย่าง “KAWASAKI” ที่กลายเป็นไวรัลมียอดชมทาง YouTube เกิน 10 ล้านครั้งภายใน 10 วัน เวอร์ชั่นปรับโฉมใหม่โดดเด่นด้วยท่อนแร็ปสุดเร้าใจของนักร้องผู้ชนะ 7 รางวัล BET Award และผู้เข้าชิง 6 รางวัล Grammy อย่าง Big Sean ซึ่งถือเป็นการร่วมงานในระดับอินเตอร์ครั้งแรกของ ONE OR EIGHT การผสานจังหวะแบบ Jersey Club เข้ากับ ไลน์เบส 808 อันหนักแน่น และความลื่นไหลอันทรงพลังของ Big Sean ตอกย้ำการเติบโตของวงในแวดวงดนตรีระดับโลก

           “Young & Reckless” ถ่ายทอดความมั่นใจและความกล้าหาญที่นิยามความเป็น ONE OR EIGHT เพลงที่โปรดิวซ์โดย Kavi (ที่เคยร่วมงานกับ Tommy Richman, Swae Lee) และ Edwin Honoret (ที่เคยร่วมงานกับ PRETTYMUCH, EXO, NCT Dream) ผสานเสียงร้องเปี่ยมอารมณ์, จังหวะแนวแทร็ปและกลิ่นอายของอดีตที่ชวนให้คิดถึง โดยเพลงนี้ยังเป็นเพลงปลุกใจที่มีชีวิตชีวา เพื่อเฉลิมฉลองความเชื่อมั่นในตัวเอง, การสำรวจโลกกว้างและการใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญในแบบฉบับของตัวเอง

           ด้วยความกล้าหาญและไม่หวั่นเกรงสิ่งใด เพลงที่ 7 “BET YOUR LIFE” คือการประกาศกร้าวถึงความเชื่อมั่นในตนเองและมุ่งมั่นที่จะเดิมพันทุกอย่าง เพื่อก้าวไปบนเส้นทางที่เลือก ในฐานะบทเพลงที่เด็ดเดี่ยวมากขึ้นเมื่อเทียบกับ “Young & Reckless”เพลงนี้หลอมรวมความเป็นอินดัสเทรียลแทร็ป, กลิ่นอายแบบอีโม, เสียงกีตาร์ดิบกร้าน และท่อนแร็ปเฉียบคมเข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นสุ้มเสียงโดนใจอย่างแม่นยำ ด้วยประโยคหลักที่ว่า “You can bet your life - คุณสามารถเดิมพันด้วยชีวิต” เพลงนี้กระตุ้นคนฟังให้เลิกลังเลและลุกขึ้นมากำหนดอนาคตตัวเองด้วยความแน่วแน่ เสียงกู่ร้องประกาศก้องสำหรับคนที่มุ่งมั่นจะบุกเบิกเส้นทางของตัวเอง

           ปิดท้ายอัลบั้มนี้ด้วย “365” ที่ถ่ายทอดความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะอยู่เคียงข้างใครสักคน สะท้อนถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่าง ONE OR EIGHT กับแฟนเพลงของพวกเขา ชื่อเพลงสื่อถึงโปรเจกต์ WARPs DIG ที่ยาวนานถึง 1 ปีเต็ม และหล่อหลอมจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงในวันนี้ ด้วยแนวดนตรีฟังง่ายและมีความเป็นป๊อป ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเพลงโซลและอาร์แอนด์บีอเมริกัน บวกกับเนื้อเพลงที่แต่งโดย Nasri (ที่เคยร่วมงานกับ Justin Bieber, Chris Brown) เพลงนี้ได้เผยให้เห็นด้านที่ดูใกล้ชิดยิ่งขึ้นของวงกับโปรดักชั่นเรียบง่ายไม่หวือหวา เสียงร้องของพวกเขาถูกดึงให้โดดเด่นเพื่อสื่อถึงบทสรุปที่อบอุ่นและน่าจดจำ

         ตลอดทั้ง 8 เพลง อัลบั้ม GATHER ได้สร้างพิมพ์เขียวทางอัตลักษณ์ด้านศิลปะของ ONE OR EIGHT – ความกล้าหาญ, วิสัยทัศน์ในระดับสากล, การสื่อสารทางอารมณ์ และความพร้อมที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ อย่างเต็มที่ มินิอัลบั้มนี้ตอกย้ำถึงจุดยืนของวงในฐานะบอยกรุ๊ปญี่ปุ่นยุคใหม่ที่พร้อมแผ่ขยายอิทธิพลไปไกลกว่าแค่ในประเทศ




STREAM GATHER ได้ที่นี่

https://oneoreight.lnk.to/GATHER


Tracklist

1.TOKYO DRIFT

2. Don't Tell Nobody

3. DSTM

4. POWER

5. KAWASAKI (with Big Sean)

6. Young & Reckless

7. BET YOUR LIFE

8. 365

          ONE OR EIGHT เตรียมนำเพลงในอัลบั้ม GATHER ขึ้นโชว์บนเวทีในการเดินสายแสดงสดครั้งแรกของวง ซึ่งจะเปิดฉากในวันที่ 7 มีนาคม พร้อมกับการไปเยือนในหลายเมือง ทั้ง โกเบ, นาโกย่า และโยโกฮามา (ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://oneoreight.com/en/news/detail.php?id=1129878) และจะประกาศวันแสดงเพิ่มเติมตามมา โดยก่อนการทัวร์คอนเสิร์ต ONE OR EIGHT เพิ่งเดินสายแสดงในรายการเพลงใหญ่ๆ ของเกาหลีใต้ ทั้ง MusicCore, M Countdown, Music Bank และ Inkigayo พวกเขาเตรียมกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งเพื่อร่วมงาน Japan Expo ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ พร้อมแบ่งปันบทเพลงของพวกเขากับผู้ชมตามเมืองและเวทีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

          เพื่อสอดรับกับการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ONE OR EIGHT OFFICIAL FANCLUB “1DERZ” ได้เปิดตัวในประเทศไทยเพื่อมอบโอกาสให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับศิลปินมากขึ้นผ่านการจำหน่ายบัตรล่วงหน้า, เนื้อหาสุดพิเศษ, การสตรีมสด ซึ่งเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเข้าถึงโดยตรงกับ ONE OR EIGHT การรับสมัครสมาชิกก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมีแผนขยายฐานแฟนคลับไปยังประเทศและภูมิภาคอื่นๆในอนาคต เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของชุมชนแฟนคลับทั่วโลกของ ONE OR EIGHT นั่นเอง

เกี่ยวกับ ONE OR EIGHT

          ONE OR EIGHT คือวงบอยแบนด์ที่ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน ได้แก่ MIZUKI (มิซึกิ), NEO (นีโอ), REIA (เรอา), RYOTA (เรียวตะ), SOUMA (โซมะ), TAKERU (ทาเครุ), TSUBASA (สึบาสะ) และ YUGA (ยูกะ) ซึ่งชื่อวงมาจากสำนวนภาษาญี่ปุ่นที่ว่า “ippuku ka yoka” (หนึ่งหรือแปด มีความหมายว่า “ทุ่มเทอย่างสุดตัว”) ด้วยสโลแกนที่ว่า “BET ON YOURSELF - เดิมพันกับตัวเอง” พวกเขาได้สะท้อนจิตวิญญาณของความกล้าได้กล้าเสียและความทะเยอทะยาน พร้อมกระตุ้นให้แฟนเพลงกล้าฝันให้ไกล และกล้าเสี่ยงไปพร้อมๆ กับพวกเขา

          พวกเขาเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2024 ด้วยเพลง “Don’t Tell Nobody” ที่โปรดิวซ์โดย Ryan Tedder และ David Stewart ซึ่งเพลงนี้สามารถเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต Billboard Japan Heatseekers และในปีเดียวกัน การร่วมงานกับ Big Sean ในเพลง “KAWASAKI (ร่วมกับ Big Sean)” ขึ้นอันดับ 5 ชาร์ตเพลง U.S. iTunes Hip-Hop/Rap Song chart ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งสัญญาณถึงการตอบรับในระดับโลก

          กระแสความนิยมพุ่งแรงขึ้นในปี 2025 เมื่อ ONE OR EIGHT ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 100 ศิลปินหน้าใหม่ชั้นนำ ของ Nikkei Entertainment ทั้งยังคว้ารางวัล Upcoming Dance & Vocal Group award บนเวที MTV VMAJ มาครอง พวกเขายังสร้างประวัติศาสตร์กับการเป็นบอยกรุ๊ปญี่ปุ่นวงแรกที่ร่วมเฉิดฉายบนพรมแดงในงาน MTV Video Music Awards (VMA) การปรากฏตัวของพวกเขาในภูมิภาคขยายตัวมากขึ้นในช่วงที่พวกเขาไปเยือนประเทศสิงคโปร์ ซึ่งพวกเขาขึ้นแสดงต่อหน้าผู้ชมเต็มความจุในงาน Yes933 Hits Fest ทั้งยังได้ขึ้นเวทีในงาน Music Matters Live ซึ่งตอกย้ำความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับแฟนเพลงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          ปีที่เเล้วยังเป็นปีที่พวกเขาสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนโดยการปล่อยเพลงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนธีมเกี่ยวกับความทะเยอทะยาน และความท้าทาย การแสดงสดของพวกเขาขยายวงกว้างขึ้น เมื่อเขาได้ร่วมเป็นหนึ่งในรายชื่อศิลปินระดับแนวหน้า อย่าง Ayumi Hamasaki, NCT Wish, TRF และ NEXZ รวมถึงยังมีการจัดงานพบปะแฟนๆ ทั้งในญี่ปุ่น, ไทย,สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, บราซิล และ อาร์เจนติน่า ที่ช่วยขยายอิทธิพลของพวกเขาในระดับโลก ตอกย้ำให้ปี 2025 กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เต็มไปด้วยการขับเคลื่อน , การเติบโต และการเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้