SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) เปิดกลยุทธ์ 'SM NEXT 3.0' พัฒนาสู่ระบบ 'Multi-Creative'

Last updated: 22 ม.ค. 2569  | 

SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) เปิดกลยุทธ์ 'SM NEXT 3.0' พัฒนาสู่ระบบ 'Multi-Creative'

(เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา) Co-CEO ของ SM คุณ Young-Jun Tak (ยองจุน ทัก) และคุณ Cheol-Hyuk Jang (ชอลฮยอก จาง)

            - บอยกรุ๊ปใหม่เตรียมเดบิวต์ในปี 2026 พร้อมแผนการส่งเสริมด้าน IP ท้องถิ่นใน 3 ประเทศ

           - การเปิดเผยข้อมูลรายไตรมาสของการดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์ศิลปิน และยกระดับการบริการแฟนคลับ

           - การผสานรวมเทคโนโลยี AI ของ Kakao และขยายแพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำในวงการ K-POP

         SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) (ต่อไปเรียกว่า “SM”) เปิดเผยพิมพ์เขียวเพื่อการเติบโตครั้งใหม่ ‘SM NEXT 3.0’ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่ระยะต่อไปของบริษัทหลังจากครบรอบ 30 ปี

          SM ได้เผยแพร่สองคลิปบนช่อง YouTube อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจากระบบ ‘SM 3.0’ ที่ประสบความสำเร็จตลอดสามปีที่ผ่านมา ไปสู่โครงสร้าง ‘Multi-Creative’ ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ผู้คน’ และ ‘ศิลปิน’ เป็นหัวใจหลักของระบบนิเวศสร้างสรรค์ ไม่เพียงเท่านี้ ยังนำเสนอเสาหลักเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่จะกำหนดอนาคตของบริษัท ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ด้าน IP, ธุรกิจและแผนการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ตลอดจนกลยุทธ์การบริหารจัดการและการลงทุน

         การนำเสนอครั้งนี้ ดำเนินการโดยซีอีโอร่วม (Co-CEO) อย่าง Cheol-Hyuk Jang (ชอลฮยอก จาง) และ Young-Jun Tak (ยองจุน ทัก) รวมถึงซีเอโอ (Chief A&R Officer) อย่าง Sung-Su Lee (ซองซู อี) ซึ่งได้อธิบายทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทแก่ผู้ถือหุ้นและแฟนๆ

SM NEXT 3.0: SM’s Next Chapter Part 1(EN)
https://youtu.be/K583Jch6xXM


SM NEXT 3.0: SM’s Next Chapter Part 2(EN)
https://youtu.be/mpBAX92kYkI

 

 จาก ‘Multi-Production’ สู่ ‘Multi-Creative’ : นวัตกรรมการผลิตที่เน้นผู้คนและศิลปินเป็นศูนย์กลาง

          ต่อยอดจากความสำเร็จของระบบ Multi-Production ห้าหน่วยงาน — SM ได้ประกาศเปิดตัวการนำระบบ ‘Multi-Creative’ ที่ยกระดับไปอีกขั้นมาใช้ โดยซีอีโอ Young-Jun Tak (ยองจุน ทัก) กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะบรรลุควบคู่ทั้งการเติบโตและการเปลี่ยนแปลง ด้วยการให้ความสำคัญกับศิลปิน รวมถึงการค้นหาและวิธีการจัดสรรงานให้กับทีมครีเอทีฟที่เหมาะสมที่สุด” และ “เมื่อโลกทัศน์ของแต่ละศิลปินพัฒนาขึ้น ก็จำเป็นต้องมีภาษาศิลป์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกัน แทนที่จะดำเนินงานภายใต้ลำดับชั้นการผลิตที่ตายตัว เราจะสร้างทีมครีเอทีฟที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละโปรเจกต์ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงของแต่ละศิลปินเกิดขึ้นอย่างแม่นยำและมีคุณภาพสูงสุด”

          ยิ่งไปกว่านั้น ซีอีโอ Young-Jun Tak (ยองจุน ทัก) ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเปิดตัวบอยกรุ๊ปใหม่ในปี 2026 ว่า “บอยกรุ๊ปใหม่มีกำหนดเปิดตัวในปี 2026 สมาชิกจากทีมฝึกหัดชาย SMTR25 จะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับเลือก และพวกเขาจะทยอยเปิดตัวผ่านรายการวาไรตี้ ‘Reply High School’ ซึ่งมีกำหนดออกอากาศในช่วงต้นปีนี้”

          ต่อด้วยการอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้าน IP ระดับท้องถิ่นทั่วโลกว่า “ในขณะที่ความแข็งแกร่งด้านความคิดสร้างสรรค์ของ SM จะยังคงเป็นรากฐานของทุกสิ่งที่เราทำ เราก็กำลังเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดสำคัญๆ ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรชั้นนำในท้องถิ่น” และ “ในประเทศจีน เรากำลังทำงานร่วมกับ Tencent Music Entertainment, ในประเทศไทยกับ True และในประเทศญี่ปุ่น เรากำลังหารือกับหลายพันธมิตร”

 การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน A&R ระดับโลกของ SM ผ่านการผสานความร่วมมือกับบริษัทย่อยด้านดูแลลิขสิทธิ์เพลง

           SM ได้สร้างระบบ A&R ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละศิลปิน และยังคงเสริมโครงสร้างพื้นฐาน A&R ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ KMR (KREATION MUSIC RIGHTS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านดูแลลิขสิทธิ์เพลง

           ซีเอโอ Sung-Su Lee (ซองซู อี) อธิบายถึงการที่ SM ได้เสริมสร้างระบบและเครือข่าย A&R อย่างต่อเนื่องโดยใช้ประโยชน์จาก KMR ว่า “KMR ได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับผลงานเพลงระดับโลก โดยขยายจากเกาหลีและยุโรปไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2025 ปัจจุบัน KMR มีสัญญาดูแลสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวหรือสัญญาตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์กับนักแต่งเพลงกว่า 370 คนทั่วโลก และบริหารจัดการแค็ตตาล็อกเพลง K-POP หลักกว่า 7,000 เพลง” พร้อมกล่าวต่อว่า “ด้วย KMR เป้าหมายของเราภายในห้าปีข้างหน้าคือ การสร้างบริษัทพับบลิชชิ่งที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุดในเอเชีย และด้วยพื้นฐานนั้น เราจะเติบโตต่อไปในฐานะศูนย์กลางด้าน IP และผู้นำที่กำหนดอนาคตของตลาดเพลง”

          นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแผนการที่จะอัปเกรดระบบ A&R ของ SM ด้วยเทคโนโลยี AI อย่างการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้วิเคราะห์เพลงนับหมื่นที่ SM สะสมมาตลอด 30 ปี เพื่อแนะนำเพลงที่มีความเหมาะสมสูงกับแต่ละศิลปิน ซึ่งจะช่วยให้แฟนๆ ค้นพบเพลงที่ตรงกับรสนิยมของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

  การยกระดับการคุ้มครองศิลปิน และขยายบริการสำหรับแฟนคลับ

           SM ได้เผยถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปกป้องศิลปินและเพิ่มความพึงพอใจของแฟนคลับ

           ซีอีโอ Cheol-Hyuk Jang (ชอลฮยอก จาง) กล่าวว่า “ตลอดสองปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เปิดตัว KWANGYA 119 เราได้รับรายงานประมาณ 300,000 ฉบับ โดยมีอัตราการตอบกลับถึง 99.8% เริ่มตั้งแต่ปี 2026 เราจะแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการทางกฎหมายให้แฟนๆ ทราบทุกไตรมาส เพื่อปกป้องศิลปินของเราอย่างต่อเนื่อง และตอบโต้ข่าวลือเท็จและการโจมตีที่มุ่งร้ายอย่างเด็ดขาด” พร้อมเสริมว่า SM จะยังคงทยอยดำเนินการโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ

 การขยายธุรกิจคอนเสิร์ต สินค้าที่ระลึก และแพลตฟอร์ม ตลอดจนการทำงานร่วมกับ Kakao AI อย่างเต็มรูปแบบ

          SM ได้อธิบายถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจและการลงทุน เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการบริโภคของแฟนคลับที่เปลี่ยนแปลงไป

           ซีอีโอ Cheol-Hyuk Jang (ชอลฮยอก จาง) กล่าวว่า “การแสดงสด มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเทรนด์อุตสาหกรรม K-POP ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และเราพยายามที่จะมอบประสบการณ์คอนเสิร์ตที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแฟนด้อมในแต่ละภูมิภาค” และ “เนื่องจากธุรกิจรองที่อิงกับ IP ของศิลปินยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง SM จึงวางตำแหน่งสินค้าที่ระลึกไม่เพียงแค่เป็นผลิตภัณฑ์ แต่เป็นสื่อกลางที่แฟน ๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์กับโลกทัศน์ของศิลปินได้ เรากำลังเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่นี้ และวางแผนที่จะขยายไปสู่สินค้าไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมในอนาคต” นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ SM ที่จะทำให้เกิดความร่วมมือกับหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างไร้ขอบเขตจำกัด

          อีกทั้งยังระบุถึงการนำ DearU ผู้ดำเนินงานแพลตฟอร์มการสื่อสารกับแฟนคลับ ‘bubble’ เข้ามาอยู่ในกลุ่มบริษัทย่อย และจะยังคงร่วมมือกับแพลตฟอร์มระดับโลกต่อไป เพื่อมอบประสบการณ์ K-Content ที่หลากหลายให้กับแฟนๆ ทั่วโลก

          นอกจากนี้ ซีอีโอ Cheol-Hyuk Jang (ชอลฮยอก จาง) ได้กล่าวถึงแผนการใช้ AI ในฐานะตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในอนาคตว่า “SM มีข้อได้เปรียบในการใช้ประโยชน์จากความสามารถทางเทคโนโลยี AI ของ Kakao ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และเรามองเห็นศักยภาพในการผนึกกำลังที่แข็งแกร่งตรงจุดเชื่อมโยงระหว่าง K-POP กับ AI ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” พร้อมเสริมว่า “เราจะแสวงหาโอกาสควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมดนตรีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังมากขึ้นกว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา และเพิ่มการลงทุนเพื่อเร่งการเติบโต”

           ทั้งนี้ ในช่วงท้ายคลิป ซีอีโอร่วม Cheol-Hyuk Jang (ชอลฮยอก จาง) และ Young-Jun Tak (ยองจุน ทัก) ได้เน้นย้ำว่า “SM NEXT 3.0 แสดงถึงการขยายตัวอย่างไร้พรมแดนของ K-POP อันมีรากฐานมาจากหัวใจสำคัญด้านดนตรีของ SM พร้อมเสริมความแข็งแกร่งที่ยืดหยุ่นด้วยการผสานเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่เน้นผู้คนเป็นศูนย์กลาง” และ “ด้วยการเติบโตอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับการลงทุนที่กล้าหาญและมองการณ์ไกล เราจะยังคงกำหนดอนาคตของตลาดบันเทิงระดับโลกต่อไป”

< แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ >
#SMENTERTAINMENT #SMTrue

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้