Last updated: 31 ส.ค. 2568 |
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ชวนแฟนๆ ชาวไทยร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับงาน SAWASDEE KOREA: KOREA WELCOMES YOU มหกรรม K-Culture สุดยิ่งใหญ่ที่จัดเต็มเสน่ห์ของเกาหลีในทุกมิติ! รวมเสน่ห์ของเกาหลีไว้อย่างครบครันในที่เดียวตั้งแต่ K-Travel, K-Food, K-Entertainment, K-Wellness & K-Beauty, K-Festival, K-Education ไปจนถึงกิจกรรมที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมอย่างละเมียดละไม ในบรรยากาศที่ร่วมสมัยและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ณ ชั้น 7, สุราลัย ฮอลล์, ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม 2025
ไฮไลต์ในงาน พบกับ ข้อมูลท่องเที่ยวครบจบทุกเส้นทาง เกาหลีฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ตั้งแต่แลนด์มาร์กยอดนิยม ไปจนถึงจุดเช็กอินลับที่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้! มีโปรโมชั่นสุดคุ้มทั้งส่วนลดตั๋วเครื่องบินจากสายการบินชั้นนำ, ดีลที่พัก โรงแรม และรถเช่าในเกาหลี, แพ็กเกจทัวร์และกิจกรรมพิเศษในราคาสุดพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสุดสนุกตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็น การประกวด K-POP Cover Dance และ K-Singing Contest, เพลิดเพลินกับการแสดงวัฒนธรรมเกาหลี เช่น ดนตรี & ระบำ “กูกัก” (Gugak), ขบวนแห่จำลองพระราชพิธีจากเทศกาล Suwon Hwaseong, Travel Talk Show จากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง, เวิร์กช็อปเกาหลีสไตล์ และยังได้ของรางวัลและของแจกมากมายกับการลุ้นรับรางวัลพิเศษภายในงาน รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเกาหลี รวมไปถึงกิจกรรมแจกของขวัญและเซอร์ไพรส์ตลอดวัน
ส่วนไฮไลต์พิเศษที่ไม่ควรพลาดก็มีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง No One Else ศิลปินโซล R&B ผู้ถ่ายทอดเสียงละมุนละไม, ATLAS 7 หนุ่มบอยแบนด์ T-Pop สุดฮอต พร้อมพาคุณเข้าสู่โลกแห่งความสนุก และ THE FIX วงดนตรีเกาหลีที่เต็มไปด้วยพลังและเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมี Exclusive Talk จาก 'จอง แฮอิน' (Jung Hae-In) นักแสดงเกาหลีเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่น และ 'หมาก ปริญ & คิมเบอร์ลี่' คู่รักคนดังในฐานะทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์
นายคิม จงฮุน รักษาการรองประธานบริหารฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี เผยถึงจุดประสงค์ของการจัดโร้ดโชว์ที่กรุงเทพฯ ว่าเพื่อเป็นการบอกกับชาวไทยว่าชาวเกาหลียินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ไปเยี่ยมประเทศเกาหลีโดยที่ครั้งนี้มีหน่วยงานของทั้งสองประเทศไทยและเกาหลีเข้าร่วมมากกว่า 50 องค์กร จะมีการแนะนำเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมถึง content การท่องเที่ยวใหม่ๆ ของประเทศเกาหลี และที่สำคัญครั้งนี้มีหมาก ปริญ และ คิมเบอร์ลี่ มาเป็นทูตท่องเที่ยวเกาหลีซึ่งจะทำให้รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับชาวไทยมากยิ่งขึ้น ส่วนเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเกาหลีที่อยากจะแนะนำให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย นายคิม จงฮุน เผยว่าเสน่ห์หลักๆ ก็คือการที่ประเทศเกาหลีมีทั้งหมด 4 ฤดูที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนใบไม้เปลี่ยนสี ตอนใบไม้ผลิ, ใบไม้ร่วง, หิมะในหน้าหนาวรวมไปถึงการเล่นสกี คิดว่าน่าจะเป็นเสน่ห์ที่ชาวไทยชอบ นอกจากนั้นก็ยังมีในส่วนของ K-Culture ไม่ว่าจะเป็น K-POP, K-Drama ส่วนจังหวัดหรือเมืองในเกาหลีที่อยากจะแนะนำ นอกจากกรุงโซลและเมืองที่ดังๆ ที่เราๆ ท่านๆ น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่างเช่นปูซาน, เชจูหรือว่าแทกูแล้วก็อยากจะแนะนำเมือง "คยองจู" ที่จะมีการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค 2025 ในเดือนตุลาคมนี้ เมืองนี้ถือเป็นเมืองจุดศูนย์กลางของวัฒนธรรม นายคิม จงฮุน ยังพูดถึงสถานการณ์การแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างไทยและเกาหลีในปัจจุบันว่าอยู่ในระดับค่อนข้างคึกคัก แต่ว่ายังไม่ค่อยดีเท่ากับช่วงปี 2019 หรือว่าช่วงก่อนโควิด ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาหลีก็จะพยายามอย่างเต็มที่ๆ จะให้การไปมาหาสู่ระหว่าง 2 ประเทศพัฒนามากยิ่งขึ้น รวมถึงในส่วนของ K-ETA ซึ่งอาจจะสร้างความไม่สะดวกสบายในการไปเที่ยวเกาหลี ในส่วนนี้องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทยและรัฐบาลเกาหลีก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะลดความไม่สะดวกสบายตรงนี้ให้กับชาวไทยทุกคน และสุดท้ายนายคิม จงฮุน ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยว่า ตอนนี้ก็ถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของประเทศเกาหลีแล้ว อยากให้ได้มามีความสนุกและก็เอนจอยกับทั้งสองฤดูนี้ที่ประเทศเกาหลีนั่นเอง
ด้าน 'หมาก& คิม' (หมาก-ปริญ สุภารัตน์ & คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส) คู่รักซุป'ตาร์ในฐานะทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์ ได้เล่าประสบการณ์เที่ยวและเสน่ห์ของเกาหลีว่าไปเกาหลีมาหลายครั้งแล้วแต่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าทุกครั้งก็คือได้ดื่มด่ำความเป็น traditional ของที่นั่น ได้ไปในที่ๆ ถ้าไปเที่ยวกันเองอาจจะไม่ได้ไป เหมือนไปเปิด map ของตัวเองอีกที มีบางที่ๆ เพิ่งเคยได้ไปครั้งแรก และในฐานะทูตการท่องเที่ยวเกาหลีทั้งสองก็อยากบอกว่า เกาหลีมีอะไรให้เที่ยวเยอะมากๆ ที่เราอาจจะยังคิดไม่ถึง ความเป็นธรรมชาติของเขาก็สวยมากๆ อย่างเกาะเชจูที่ไปมาก็สวยสุดๆ มีทั้งคาเฟ่จึ้งๆ และอาหารอร่อยมากกกก เกาหลีไม่ได้ดังแค่ K-POP ยังมีวัฒนธรรม มีอาหาร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เราสามารถไปได้ทุกฤดู โดยที่ทั้งสองไปเที่ยวหน้าร้อน ก็ได้อีกบรรยากาศ สนุกสดชื่นไปอีกแบบ เมื่อถามว่านอกจากเกาะเชจูแล้วมีสถานที่ไหนที่อยากแนะนำอีก ทั้งสองบอกว่าอยากไปหลายที่มาก แต่ที่ไปแล้วรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษก็น่าจะเป็นวัดแห่งหนึ่ง ไปแล้วรู้สึกสงบมาก เป็นวัดที่ไม่ได้ห่างไกลจากในเมืองเท่าไหร่แต่ว่ามีความเป็นธรรมชาติ รู้สึกว่าจะอยู่ในอุทยานแห่งชาติ นอกจากที่ท่องเที่ยวแล้วอาหารเมนูที่อยากแนะนำมีอะไรอีก หนุ่มหมากหัวเราะร่วนก่อนบอกว่ากินทุกสิ่งเลย ประทับใจหลายอย่าง มื้อแรกก็ไปกินหมูย่าง, หมูสามชั้น เติมคอลลาเจนกัน แล้วซีฟู้ดที่เกาะเชจูก็อร่อย นอกจากนี้ก็ได้ไปตลาดปลา ตลาดสด เดินเล่นแล้วกินซีฟู้ดสดๆ อีกด้วย ที่ๆ พูดมาหลายคนอาจจะเคยไปมาแล้ว แต่อยากให้ลองไปในฤดูอื่นบ้าง จะได้อะไรที่ไม่เหมือนกัน ส่วนประสบการณ์การไปท่องเที่ยวครั้งนี้ที่จดจำมาถึงทุกวันนี้ หนุ่มหมากบอกว่าได้ไปวัดๆ นึง แต่ต้องขอโทษที่จำชื่อวัดไม่ได้ เป็นวัดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ แล้วจะมีแม่ชีมาสวดมนต์ให้ด้วย ซึ่งรู้สึกดีมากๆ รู้สึกเป็นพลังงานที่บวกมากๆ และสุดท้าย 'หมาก& คิม' ยังชวนแฟนๆ ชาวไทยให้ไปท่องเที่ยวเกาหลีว่าไม่จำเป็นต้องไปหน้าหนาวอย่างเดียว เกาหลีมีเสน่ห์ของตัวเองในทุกๆ ฤดู บางทีเราอาจจะต้องไปเที่ยวแบบเปิด map ใหม่ๆ แล้วตอนนี้การเดินทางมันก็สะดวกสบายขึ้น ที่พักก็ไม่ได้แพงมากหรือไปยากแบบเมื่อก่อนแล้ว ไปได้ง่ายๆ
มาถึงคิวพระเอก K- Drama ขวัญใจสาวๆ 'จอง แฮอิน' ที่ขอพูดคุยถึงเสน่ห์ของเกาหลีและโมเมนต์กับแฟนๆ ชาวไทย ซึ่งเมื่อให้เจ้าตัวทักทายแฟนๆ ชาวไทย พระเอกยิ้มอบอุ่นก็ยกมือไหว้พร้อมกล่าว "ขอบคุณครับ" เป็นภาษาไทย ก่อนบอกต่อว่า รู้สึกมีความสุขมากและก็ดีใจมากที่ได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้งหลังจากครั้งที่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วได้มาจัดแฟนมีตติ้งทีประเทศไทย การได้กลับมาเจอแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้งหนึ่งในประเทศไทยก็รู้สึกว่ามีความหมายและมีความสุขมากๆ เมื่อถามถึงความทรงจำพิเศษกับแฟนๆ ชาวไทย จอง แฮอิน ก็เล่าถึงการที่ได้มาจัดงานแฟนมีตติ้ง จำได้ว่าตั้งแต่ที่สนามบินไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่สนามบินหรือแฟนๆ ทุกคนที่มารอที่สนามบินให้การต้อนรับอย่างดีมากๆ ยังจำที่มาประเทศไทยครั้งแรกได้อยู่เลย รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้มาประเทศไทย ส่วนเมื่อถามถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมเกาหลี เจ้าตัวก็บอกว่า คิดว่าเสน่ห์หลักๆ ของประเทศเกาหลีก็คือมีความดั้งเดิมและก็ความทันสมัยอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวมากๆ นอกจากนั้นก็ยังมีในส่วนของไม่ว่าจะเป็น K-POP, K-Culture, K- Drama, K- Movie หรือว่าจะเป็น K-Beauty ทุกวันนี้ก็ได้รับความรักแล้วก็ความสนใจจากต่างประเทศมากๆ ก็อยากจะให้ทุกคนให้ความรักกับ K-Beauty แล้วก็ K-Culture กันเยอะๆ พระเอกหนุ่มยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีที่แฟนๆ ชาวไทยไม่ควรพลาดนั่นก็คือเมืองคยองจูที่จะมีโบราณสถานตั้งแต่สมัยชิลลา มีความเงียบสงบ และทุกท่านที่ได้ไปที่โซลก็คิดว่าไม่ควรจะพลาดพวกถนนคนเดินอย่างอินซาดงฯลฯ
ถามต่อว่าความหล่อของเขากระชากใจสาวไทยได้ตลอดเวลา เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพและก็ผิวพรรณคืออะไร คำถามนี้เล่นเอาเจ้าตัวเขินไปเลยทีเดียวก่อนตอบว่า คงจะเป็นในส่วนของ K-Beauty ที่ค่อนข้างมีพัฒนาการไปอย่างก้าวหน้า อยากให้ทุกคนลองมามีประสบการณ์นี้กับ K-Beauty ที่ประเทศเกาหลีด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นแล้วในชีวิตประจำวันทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทานอาหาร การออกกำลังกายหรือว่าการนอนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อยากให้ทุกท่านมีรูทีนที่เฮลตี้ สุขภาพดี นอนหลับให้ครบด้วย ส่วนเมื่อถามว่าอยากให้แฟนๆ ชาวไทยสัมผัสเสน่ห์ของเกาหลีแบบไหนผ่านทางงาน SAWASDEE KOREA: KOREA WELCOMES YOU ครั้งนี้พระเอกหนุ่มก็บอกว่า อยากให้ทุกคนได้มามีความสบายๆ และก็ได้เอร็ดอร่อยไปกับอาหารเกาหลีและได้เยี่ยมชมสิ่งต่างๆ จากงานในครั้งนี้ที่เกี่ยวกับประเทศเกาหลีรวมถึงได้สัมผัสกับ K-Beauty และส่วนตัวของก็เขาคิดว่าถ้าทุกคนได้มีโอกาสไปเกาหลี อยากให้ทุกคนได้ไปลองตามรอยจุดที่ใช้ถ่ายซีรีส์เรื่องต่างๆ ก็จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีในการไปเที่ยวเกาหลีเช่นกัน และสุดท้ายพลาดไม่ได้กับการเปิดคลาสสอนภาษาไทยให้หนุ่มแฮอิน คำแรก "อาจจะยังนะ" กระซิบว่าเวลาพูดต้องอ้อนๆ ด้วยนะเออ "อาจจะยังน้าาา" ประมาณนี้ พระเอกหนุ่มเลยพูดให้ฟัง 2 รอบเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี ส่วนคำที่ 2 นำเสนอคำว่า "เอื้อยครับ" ครับลากเสียงยาวๆ "เอื้อยค้าาาบ" เจ้าตัวเลยจัด "เอื้อยค้าาาบ" แบบแอกโยไป 2 รอบ (กรี๊ดสิคะ รออะไร)
หลังให้สัมภาษณ์ 'จอง แฮอิน' ยังได้ขึ้นเวทีไปร่วมงาน SAWASDEE KOREA: KOREA WELCOMES YOU โดยมีแฟนๆ รอชมแน่นสนั่นหน้าสุราลัย ฮอลล์ โดยมี 'ยู คอนยอง' หนุ่มเกาหลีหัวใจไทยเป็นพิธีกรสัมภาษณ์ จอง แฮอิน บอกว่าเพิ่งมาถึงวันนี้ (30 สิงหาคม) นี่เอง ขึ้นเครื่องตอนเช้ามาเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง ช่วงนี้ตัวเขาไม่ค่อยมีผลงานออกมาให้ได้ชมเท่าไหร่ แฟนๆ อาจจะรู้สึกเงียบเหงา แต่ปีหน้าจะมีผลงานทาง Netflix มีชื่อว่า Lovestuck คาดว่าน่าจะได้ชมกันในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า ทั้งนี้ 'จอง แฮอิน' เดบิวต์ครบรอบ 12 ปีไปเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่พระเอกหนุ่มบอกว่าส่วนตัวแล้วไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการครบรอบเดบิวต์ของตัวเองสักเท่าไหร่ แต่งานนี้พิธีกรเตี๊ยมกับแฟนๆ ไว้แล้วว่าจะมีร้องเพลง Happy Birthday ครบรอบวันเกิดในฐานะศิลปินให้กับพระเอกหนุ่ม เจ้าตัวก็ดูจะงงเบาๆ กับ Happy Birthday สไตล์นี้ แต่ก็ซาบซึ้งและขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยสำหรับน้ำใจในครั้งนี้ พร้อมบอกว่าด้วยความรักและการซัพพอร์ตจากแฟนๆ ทำให้วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมาก็เป็นอีก 1 วันที่มีความหมายสำหรับเขา สำหรับเขาแล้วในฐานะนักแสดงก็จะตั้งใจเดินบนเส้นทางนักแสดงของเขาในจังหวะของเขาเองอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสร้างผลงานมอบให้กับแฟนๆ หนุ่มหล่อยังบอกว่าตอนนี้อยู่ในช่วงของการถ่ายทำซีรีส์อยู่ แต่นอกเวลาสิ่งที่สนใจก็คือการออกกำลังกาย ตอนที่ถ่ายทำซีรีส์ได้มีโอกาสไปถ่ายทำที่ต่างจังหวัด 9 คืน 10 วัน แต่ในช่วง 9 คืน 10 วันนั้นก็ได้ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแบบไม่มีขาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแฟนๆ บอกว่าตัวเขาดูผอมลง แต่จะบอกว่าเขาเนี่ย "ผอมแค่หน้านะ" แต่กายเนี่ยไม่ได้ผอมลงเลย ทุกคนสามารถดูได้ในผลงานเรื่องต่อไปของเขาเลย ถึงตรงนี้ฮือฮาอีกแล้วเพราะนั่นแสดงว่าจะโชว์ซิกซ์แพคใช่หรือไม่???? กรี๊ดรอได้เลย
จอง แฮอิน บอกต่อว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เจ้าตัวชอบการท่องเที่ยวก็คือเป็นเพราะตัวเขาชอบกิน เพราะฉะนั้นเวลาไปต่างจังหวัดก็จะไปชิมร้านเด็ดหรือว่าของขึ้นชื่อของเมืองเหล่านั้น
ส่วนเวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็จะใส่หมวก ใส่หน้ากากแล้วเดินเที่ยวตามเมือง คนจะจำไม่ค่อยได้ก็เลยรู้สึกเที่ยวอย่างสบาย แล้วยังบอกว่าถ้าถ่ายซีรีส์ที่ถ่ายอยู่ตอนนี้จบก็มีแพลนอยากจะมาเที่ยวเมืองไทยอยู่เหมือนกัน ส่วนตัวเขาเป็นคนที่เวลาเที่ยวไม่ค่อยได้วางแผนอะไรมาก แค่วางกรอบก็กว้างๆ ว่า ควรจะไปที่ไหนและกินอะไรและจะไปแบบอิสระมากกว่า เจ้าตัวยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีให้แฟนๆ ชาวไทย 3 ที่ ที่แรกเมือง 'คยองจู' เป็นเมืองที่เงียบสงบและมีวัตถุทางประวัติศาสตร์มากมาย เมืองที่ 2 ก็คือเมือง 'มุนกยอง' เป็นเมืองที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมเกาหลีไว้อย่างดีไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง เป็นเมืองที่เวลาไปก็รู้สึกสบายใจทุกครั้งและเมืองที่ 3 ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือกรุงโซลนั่นเอง เมื่อถามว่าในฐานะที่จอง แฮอิน เองก็ยังหนุ่มยังแน่น มีที่ๆ เป็น hot place หรือสถานที่ๆ วัยรุ่นเขาชอบไปกันที่ไหนบ้าง เจ้าตัวบอกว่าไม่ค่อยได้ไปที่ๆ เขาชอบไปกันเท่าไหร่ ส่วนตัวเขาชอบเชจู ชอบธรรมชาติและก็อาหารที่อร่อย ทัศนียภาพสวยงาม เป็นเมืองที่อนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์มากๆ ส่วนสถานที่ๆ ช่วงนี้ไปบ่อยเจ้าตัวบอกว่า 'กองถ่าย, ซองซูดงและยอนนัมดง ทั้งสองที่มีคาเฟ่ที่สวยงาม
นอกจากนี้พระเอกหนุ่มยังเล่าถึงเรื่องราวที่ลืมไม่ลงที่สุดในขณะท่องเที่ยวว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเคยไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน ไปเที่ยวแบบทัวร์ไฟไหม้ จองแค่ตัวเครื่องบินแต่ไม่ได้จองที่พัก พอถึงปลายทางก็อยากจะเข้าห้องน้ำก็เลยไปหาห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดและก็ตัดสินใจพักที่นั่นเลย ถามถึงเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเกาหลี พระเอกหนุ่มบอกว่าเกาหลีมีฤดูที่ชัดเจน 4 ฤดู ส่วนตัวอยากให้มาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพราะจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี แต่ถ้ามาฤดูหนาวก็จะเห็นภูเขาลูกเดียวกันเป็นสีขาวปกคลุมไปด้วยหิมะ และถ้าไปเกาหลีก็อยากจะให้ลองไปทัวร์กองถ่ายเพราะมีที่สวยเยอะโดยเฉพาะเรื่องที่เจ้าตัวได้ถ่ายทำล่าสุด และอีกอย่างที่อยากให้ลองเพราะมีเฉพาะที่เกาหลีที่เดียวก็คือวัฒนธรรมซาวน่าของเกาหลีอยากจะให้ทุกคนที่เดินทางมาพร้อมเพื่อนหรือครอบครัวได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ซาวน่าเกาหลีและก็มารับประทานอาหารที่อร่อยๆ ไปด้วยกัน ส่วนอาหารเกาหลีที่จอง แฮอิน อยากจะแนะนำให้กับแฟนๆ ก็คือ 'ซี่โครงหมูหมัก' และ 'ซี่โครงเนื้อหมัก'
พูดคุยเสร็จก็ต่อด้วยกิจกรรม Post-it โดยการให้แฟนๆ เขียนคำถามใส่ Post-it แล้วจอง แฮอิน เลือกขึ้นมาแล้วให้ผู้ที่เขียน Post-it ดังกล่าวนั้นได้ถามโดยตรงกับเจ้าตัวเลย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีคำถามที่ว่า อาหารไทยที่เจ้าตัวชอบมีอะไรบ้าง พระเอกหนุ่มบอกว่าชอบ 'ส้มตำ' และก็ 'ต้มยำกุ้ง' เรียกว่าชอบแบบแซ่บๆ ทั้งนั้นเลย เจ้าตัวยังกล่าวเสริมว่าที่ชอบอาหารไทยเพราะว่ามีการผสมผสานของรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นเปรี้ยวหวานมันเค็มอยู่ในอาหารเมนูเดียวทำให้หลงไหลในอาหารไทย จากนั้นก็เป็นช่วงจับ lucky draw ของรางวัลก็คือรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นจอง แฮอิน จำนวน 10 รางวัล และเนื่องจากว่าเฟซบุ๊คแฟนเพจของ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) มียอดผู้ติดตามครบ 1 ล้านคนไปแล้ว เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองจึงได้คัด Top Fan จำนวน 3 ท่านเพื่อมารับโล่แสดงความยินดีพร้อมดอกไม้จากมือจองแฮอิน โดยในช่วงสุดท้ายพระเอกหนุ่มฝากถึงแฟนๆ ว่ารู้สึกมีความสุขมากที่ได้มาเจอหน้าและได้มาพูดคุยกันแบบกันเองและสนุกสนานแบบนี้ ขอบคุณทุกท่านที่มาในวันนี้รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วย พลังงานบวกที่เขาได้รับมาในวันนี้จะนำไปใช้ในการถ่ายทำผลงานต่อที่เกาหลีและก็หวังว่าจะได้เจอทุกคนที่เกาหลีด้วย "อยากจะให้มาเที่ยวเกาหลีกันเยอะๆ นะครับ"
มาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์เกาหลี อย่างเต็มอิ่ม เต็มอารมณ์ พร้อมเปิดประตูสู่เกาหลีในประสบการณ์ใหม่ๆ ในงาน SAWASDEE KOREA: KOREA WELCOMES YOU วันที่ 30-31 สิงหาคม นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โซเชียลมีเดียของ KTO
#SawasdeeKorea2025
#LoveKorea #KTOThailand #ImagineYourKorea
#WelcometoKorea #KoreaWelcomesYou
#KCultureFestival #VisitKorea #SAWASDEEKOREA
#KOREAWELCOMESYOU