เมื่อแฟชั่นมาพบกับดนตรี กลายเป็น “Black Tie” ซิงเกิ้ลอันดับที่ 8 เพลงภาษาอังกฤษเพลงแรก ของ “เจฟ ซาเตอร์” ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Valentino - Black Tie Collection

Last updated: 12 ต.ค. 2566  | 

เมื่อแฟชั่นมาพบกับดนตรี กลายเป็น “Black Tie” ซิงเกิ้ลอันดับที่ 8 เพลงภาษาอังกฤษเพลงแรก ของ “เจฟ ซาเตอร์”  ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Valentino - Black Tie Collection

        เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินผู้ที่มีความสามารถครบเครื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างความบันเทิง (Entertainer) รุ่นใหม่แถวหน้า ปล่อยงานเพลงที่ทั้งไพเราะและเต็มไปด้วยคุณภาพ สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลงบ้านเรามาอย่างต่อเนื่องอย่างเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง (Fade)” และตามมาติดๆ กับเพลงเร็ว “Dum Dum (ดึม ดึม)” ที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะความเท่แบบอินเตอร์ในสไตล์ของเจฟ ซาเตอร์ และเพลงช้าล่าสุด “ก่อนที่เธอจะลืมฝัน (Lucid)” กับเวย์เฟอร์ เรคอร์ดส์ (Wayfer Records) สังกัดเพลงในการดูแลของวอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย (Warner Music Thailand) ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

        ความสำเร็จที่ “เจฟ ซาเตอร์” ได้รับจากซิงเกิ้ลเหล่านี้ นอกจากทำให้ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงชาวไทยแล้ว คนฟังในต่างประเทศก็ให้ความชื่นชอบและชื่นชม จนเขาได้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันของรายการเรียลิตี้สุดฮิตในประเทศจีน ‘Call Me By Fire 3’

        แล้วด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี มีเอกลักษณ์ ได้นำพา “เจฟ ซาเตอร์” ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกแฟชั่น และการเดินทางไปอิตาลีเมื่อต้นปีนี้ เพื่อร่วมงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Valentino ซึ่ง “เจฟ ซาเตอร์” ได้ร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแฟชั่นมาพบกับดนตรี ที่นำไปสู่ “Black Tie” เพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกของหนุ่มคนนี้

        โดยแรงบันดาลใจของเพลง “Black Tie” เจฟ ซาเตอร์ เผยว่า มาจาก Collection “Black Tie” จาก Valentino และเขาได้นำมาถ่ายทอดเป็นบทเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ยอมรับตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์และใช้ชีวิตในแบบของตนเอง ซึ่งทำให้ "Black Tie" ไม่ใช่แค่เพลงที่มีไลน์ดนตรีเท่ๆ ซาวนด์สะดุดหู แต่ยังชื่นชมความเป็นตัวของตัวเอง, การแสดงตัวตน รวมทั้งพลังที่เกิดจากความรักในตัวเอง ซึ่ง “เจฟ ซาเตอร์” ส่งเรื่องราวเหล่านั้นผ่านเนื้อร้อง และท่วงทำนอง ที่บอกว่า “แม้เราจะต้องผูกเนกไทสีดำเหมือนคนอื่นๆ แต่เราก็สามารถที่จะใส่เนกไทสีดำในแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้เช่นกัน” ซึ่งสื่อถึงพื้นที่ในการแสดงตัวตน และปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ที่มีอยู่ในตัวจนออกมาได้อย่างอิสระ

        “Black Tie” เป็นมากกว่าเพลงๆ หนึ่ง เป็นยิ่งกว่าเพลงที่นำแฟชั่นมาพบกับดนตรี เมื่อเนกไทสีดำ Collection ของ Valentino ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการนำเสนอความเป็นตัวตนออกมา ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ “เจฟ ซาเตอร์” แสดงถึงความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ในตัว จนอาจพูดได้ว่า เขาก็คือ “เนกไทสีดำ” ของวงการเพลงไทยเช่นกัน

        ฟัง “Black Tie” เพลงดีๆ ที่ซ่อนนัยยะของความหมายเอาไว้อย่างมากมาย ที่เกิดจากการนำดนตรีมาพบกับแฟชั่นของ “เจฟ ซาเตอร์” ได้ทุกบริการสตรีมมิ่ง https://JeffSatur.lnk.to/BlackTie และห้ามพลาดชมมิวสิควิดีโอ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างลึกซึ่ง ที่ YouTube: Jeff Satur

MV. - https://youtu.be/A_sC4V-Kpi4


#JeffSatur
#BlackTieJeffSatur
#8thSingle

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้