'เซซัง' สุดฟิน! สัมผัสโลกของ 'เซจอง' กับโชว์แฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย สุดประทับใจจนต้องอวยยศเจอแล้วรักมากกว่าเดิม!

Last updated: 19 พ.ย. 2565  |  1545 จำนวนผู้เข้าชม  | 

'เซซัง' สุดฟิน! สัมผัสโลกของ 'เซจอง' กับโชว์แฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย สุดประทับใจจนต้องอวยยศเจอแล้วรักมากกว่าเดิม!

          สนุกสุดฟินตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม กับงาน “2022 SEJEONG'S SESANG DIARY in BANGKOK” แฟนมีตติ้งครั้งแรกของนักร้อง-นักแสดงสาว “คิม เซจอง” (KIM
SEJEONG) ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยผู้จัด โคโค คอนเนคชั่น (KOKO CONNECTION) ผู้ที่สร้างสรรค์งานดีๆ ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดมาโดยตลอด

          งานนี้สาวเซจองเปิดตัวในชุดเดรสสไตล์เอลซ่าขึ้นด้วยโชว์เพลง FLOWER WAY ปลดล็อกสกิลหูทองคำสมความเป็นสายโวคอล ก่อนที่เอ็มซีของงานอย่างวีเจเจมิกซ์-เจริญ แซ่จู จะกล่าวต้อนรับสู่งานแฟนมีตติ้งอย่างเป็นทางการพร้อมกับชมว่าเพลงเพราะมากๆ จากนั้นสาวเซจองก็ทักทาย “เซซังไทย” (เซซัง : ชื่อแฟนคลับของคิม เซจอง) ในฮอลล์ ด้วยรอยยิ้มแสนสดใสว่า "สวัสดีค่ะ คิม เซจอง คิดถึงมากๆ นะคะเซซังไทย รักนะคะ (ภาษาไทย)" พร้อมเผยตอนแรกที่เดินขึ้นมาบนเวที พอเห็นเซซังปุ๊บน้ำตาจะไหลให้ได้ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ และคิดถึงทุกคนมากๆ เลย เมื่อถามว่าวันนี้ได้มาเจอแฟนๆ ชาวไทยแล้วอยากจะบอกความในใจอะไรถึงเซซังไทยบ้าง เจ้าตัวก็บอกว่า "รักนะคะ" และอยากบอกเหมือนที่พูดไปเมื่อกี๊คือรักและคิดถึงเพราะว่าอยากจะเจอตัวเป็นๆ แบบนี้ อยากจะพูดต่อหน้าแบบนี้ว่าคิดถึงมากๆ เธอทราบว่าทุกคนคอยให้กำลังใจเซจองแม้จะอยู่ห่างไกลมากๆ ก็เลยอยากจะเจอตัวเป็นๆ แบบนี้ อยากจะพูดต่อหน้าแบบนี้ว่ารักที่สุด เมือถามว่ามาเมืองไทยปั๊บทำอะไรไปแล้วบ้าง เธอบอกว่าเครื่องมันลงดึกก็เลยนอนอย่างเดียวเลยพร้อมหัวเราะร่วน แต่ครั้งก่อนที่มาไทยก็พยายามตามหาร้านที่ทำปูผัดผงกะหรี่อร่อย เพราะเป็นอาหารที่ส่วนตัวชอบมากที่สุด เคยทานทั้งส้มตำและผัดไทยมาแล้ว แต่สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเอาชนะปูผัดผงกะหรี่ได้

          เมื่อถามว่าครั้งก่อนได้ข่าวมาว่าไปภูเก็ตและไปเล่นกระดานโต้คลื่นพร้อมกับอัพโหลดรูปให้แฟนๆ ได้ดูด้วย สาวเซจองก็เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า จริงๆ แล้วเธอมี
เซ้นส์ด้านกีฬาสูง เรื่องเซิร์ฟไม่เฉพาะตัวเธอเท่านั้น แต่คุณแม่ซึ่งอายุก็ไม่น้อยแล้วแต่สามารถเซิร์ฟเป็นหลังจากเล่นไปแค่ 4 ครั้งเท่านั้น นั่นแปลว่ายีนของเธอมันดีอยู่แล้ว 555 ถามว่ากลัวมั้ยกับการเล่นแอดเวนเจอร์ในทะเลแบบนั้นเธอตอบอย่างมั่นใจว่าไม่เลย ในบรรดานักแสดงด้วยกันก็มีคนที่ชอบการเซิร์ฟอยู่เยอะเหมือนกัน ซึ่งพี่ๆ เหล่านั้นก็บอกเธอว่าการนักแสดงกับการโต้คลื่นมันมีอะไรใกล้เคียงกันอยู่ อย่างการที่เรานั่งรอหรือยืนรออยู่นิ่งๆ จนกว่าคลื่นจะถาโถมเข้ามา เราต้องรู้จักควบคุมตัวเองให้เป็น มันคล้ายๆกับการแสดงมากเลย พอได้ลองดูก็รู้สึกว่าที่พี่ๆ ของเธอพูดนั้นมันจริง

          ไม่เฉพาะภูเก็ตเพราะได้ข่าวมาว่าเซจองไปอเมริกามาด้วย ในรูปจะเห็นมีไป Pacific Park สวนสนุกที่เมืองซานตา โมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย เธอบอกว่าการไป
อเมริกานั้นเป็นงานของมหาวิทยาลัย UCLA เป็นการไปต่างประเทศหลังจากที่ถ่ายทำละครเสร็จใหม่ๆ เธอพยายามที่จะสนุกกับการท่องเที่ยวครั้งนี้ให้มากที่สุด แต่การไปลักษณะนี้ก็ต้องพยายามมีเวลาให้ตัวเอง อาจจะเป็นเวลาในการเขียนบางอย่าง หรือมีการตั้งเป้าหมายบางอย่างไว้ก่อนที่จะเที่ยวเสมอ อย่างเช่นมาเมืองไทยครั้งนี้ก็จะไปกินปูผัดผงกะหรี่ที่อร่อยที่สุดให้ได้ แล้วถ้าเราสามารถมีเวลาส่วนตัวรวมถึงทำตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้สำเร็จ ก็จะกลับมาคิดว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้ประสบความสำเร็จนะ เมื่อถามถึงผลงานล่าสุดอย่างซีรี่ส์ Today's Webtoon ทาง SBS TV เธอบอกว่าเป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยความฝันที่สองของอน มาอึม ตอนถ่ายซีรี่ส์เรื่องนี้
ก็ได้ฮีลใจเยอะเลย ถ้าแฟนๆ ได้ชมกันก็จะได้รับกำลังใจ การปลอบประโลมหัวใจ เหมือนที่ตัวเซจองได้รับเช่นกัน

         ส่วนเหตุผลที่เลือกเพลง FLOWER WAY มาเป็นเพลงเปิดงานแฟนมีตติ้งในวันนี้เธอบอกว่าเพราะเป็นเพลงที่ทำให้มีเซจองในวันนี้ การที่ได้มาจัดงานแฟนมีตติ้งใน
ต่างประเทศแบบนี้มันเหมือนเส้นทางที่โรยด้วยดอกไม้ ด้วยความหมายดีๆ แบบนี้รวมกันก็เลยเลือกเพลงนี้นั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังบอกว่ายังได้เตรียมเพลง Plant ซึ่งเป็นเพลงที่เล่าความสัมพันธ์ระหว่างเซจองกับแฟนๆ ได้ดีที่สุดมาให้ฟังกันด้วย เพราะการที่แฟนๆ ให้ความรักกับเธอมากมายนั้นเธอก็อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเซจองเองก็รักแฟนๆ ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทั้งเซจองและแฟนๆ เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันพร้อมกับทิ้งท้ายว่า "รักนะคะ" เป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงสุดน่ารัก

          หลังจากทักทายกันให้หายคิดถึงแล้ว ก็ไปต่อกัน 2 เพลงความหมายดีๆ อย่าง PLANT และ TEDDY BEAR ซึ่งเมื่อถามถึงความหมายของเนื้อเพลง เธอก็บอกว่า
เพลง TEDDY BEAR มีความทรงจำในวัยเด็กอยู่ด้วย เหมือนการมองคนที่เรารักหลับอยู่ ตอนเด็กๆ สมบัติเบอร์หนึ่งของเธอก็คือตุ๊กตาหมี มีทำเสื้อให้ ตั้งชื่อให้ เวลานอนจะนอนกอดเสมอ เป็นเพลงที่มีความหมายประมาณว่า 'ฉันจะรักษาเธอ จะรักเธอ จะดูแลเธอเหมือนกับสมบัติเบอร์หนึ่งของฉัน ในขณะที่คนที่เรารักหลับอยู่' เมื่อถามว่าเวลาที่ร้องเพลง TEDDY BEAR ความทรงจำเหล่านี้จะย้อนกลับมาทุกครั้งหรือเปล่า เธอบอกว่าไม่ใช่ ก็จะประมาณว่ามองคนที่นั่งมองเราตรงหน้าแบบนี้ ว่าเราจะส่งสายตาแห่งความรักให้อบอุ่นให้มากที่สุดอย่างไรดี จะสื่อความหมายจะสื่อความรักนี้ไปให้เขาอย่างไรดี จะเน้นไปที่ตรงนั้นมากกว่า

         จากนั้นก็ได้เวลาที่เซซังไทยจะถามคำถามเซจองบ้าง ในช่วง "เซซังไทยถามเซจอง" เป็นช่วงตอบคำถามที่เหล่าแฟนคลับได้เขียนโพสต์อิทขึ้นมาให้เซจองเลือกตอบ เงื่อนไขก็คือตอนเลือกโพสต์อิทห้ามมอง แต่เท่าที่สาวเซจองเลือกมาดูเหมือนจะเป็นประโยคบอกเล่าที่ชื่นชมสาวเซจองมากกว่าการถามคำถาม อย่างเช่น "ยินดีที่ได้พบเพราะความรัก อยากให้กลับมาอีกนะคะ" ซึ่งเธอก็ตอบว่า "เซจองก็ดีใจมากๆ เช่นกันค่ะ มีความสุขมากๆ เช่นกัน เซจองเองก็คิดถึงมากๆ เช่นกันค่ะ และก็อยากเห็นหน้าเซซังไทยแบบไม่ใส่หน้ากาก(อนามัย) ครั้งต่อไปถ้ามาขอให้หน้ากากมันไม่อยู่แล้วนะคะ ตอนนี้ก็ได้แต่ตั้งใจดูสายตาแฟนๆ ไปก่อน" อีกอันบอกความดีใจที่เซจองได้มาจัดงานแฟนมีตติ้งในเมืองไทยก่อนที่เธอจะตอบกลับว่า "เพราะรักไงทำให้เซจองได้มีโอกาสมาเมืองไทย" หรือที่เขียนว่า "ดีใจที่ได้รู้จักและรักเซจอง มาไทยบ่อยๆ นะคะ" หรือ "เสียงเซจองดีมาก ครั้งหน้าต้องเป็นคอนเสิร์ตนะคะ" หรือถามว่า "เป็นไงบ้าง 'นักแสดงเซจอง' วันนี้ก็ให้มีความสุขมากๆ" เธอก็ตอบว่า เมื่อคืนตื่นเต้นมากๆ ก็เลยนอนดึกไปหน่อย วันนี้ร่างกายก็ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่ ขึ้นเวทีมาพร้อมกับความกังวล แต่พอได้เห็นหน้าแฟนๆ ก็หายหมดเลย (ปากหวานมากๆ จ้า)

          แต่ที่เป็นคำถามจริงๆ ก็อย่างเช่น "ความแตกต่างระหว่างเซจองกับชิน ฮารี (Hari) ตัวละครจาก Business Proposal" เธอบอกว่าฮารีเป็นคนทำงานที่มีความ
ละเมียดละไม ละเอียด มีความใสซื่อ ส่วนเซจองมีความก๋ากั่น มีความบ๊องๆ หรือถามว่า "ข้าวเที่ยงกินอะไร ข้าวเย็นกินอะไร อยากกินอาหารอะไรมากที่สุดในเมืองไทย" ซึ่งเธอก็บอกว่า ตั้งแต่เช้าเธอคอบวม ก็เลยทานอะไรไม่ค่อยได้มากเท่าไหร่ แต่เซซังไทยมีฟู้ดซัพพอร์ทมาให้ จะมีอาหารแบบนึงที่มีเนื้อ เหมือนต๊อก ที่อร่อยมากๆ ก่อนขึ้นเวทีทานแทบจะครบเลย ตอนขึ้นเสียงสูงแทบจะออกมาเลยค่ะ 555 เอ็มซีเลยถามว่ามีคนบอกมั้ยว่ามาเมืองไทยต้องกินอะไร เธอบอกว่าทานหมดแล้วนะ หรือมีใครในนี้จะเสนออะไร เมื่อถามว่าต้มยำกุ้งเคยทานหรือยัง เธอบอกว่าครั้งที่แล้วที่มาเที่ยวเมืองไทย พยายามลองทานต้มยำกุ้งหลายครั้ง เอาเป็นว่าอร่อยแต่จะเค็มไปนิดนึง เพราะฉะนั้นถ้ามีร้านไหนขึ้นชื่อเรื่องต้มยำกุ้งก็จะลองไปดู เอ็มซีเลยบอกปกติต้มยำกุ้งไม่เค็มนะ ร้านที่เซจองไปแม่ครัวจะหนักเกลือไปหน่อยเท่านั้นเอง 555 ก่อนส่งเข้าเพลงเพลง BABY I LOVE U ที่ทำให้พาร์ทนี้เต็มไปด้วยความฟิน

         มาถึงช่วง 'เซซังของเซจอง' หรือ 'โลกของเซจอง' ที่สาวเซจองพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเธอในฐานะนักแสดงกันบ้าง เธอบอกว่าความจริงเรียนคณะการละครอยู่แล้ว ก็เลยเริ่มการแสดงจากละครเวที แต่การแสดงในละครทีวีในเรื่อง The Sound of Your Heart ในช่อง KBS ตอนนั้นเป็นสเปเชียลเกสต์ ได้แสดงร่วมกับอี กวางซู ตอนนั้นเป็นช่วงที่ทำงานหนักก็เลยน้ำตาลตก ก่อนเข้าฉากถ่ายละครก็เลยกินช็อคโกช็อคคุกกี้ก่อนถ่ายทำ ทำให้มีความทรงจำที่ได้เอาช็อคโกช็อคคุกกี้ติดไปด้วยในปาก ฉากที่ว่าเป็นหลับอยู่ แล้วอี กวางซู เปิดประตูเข้ามาถามเลยได้เห็น พอตอนคัทฝ่ายชายก็มาเคาะประตูแล้วบอกว่าขนมติดฟันเล่นเอาอายมากๆ จนอยากไปซ่อนตัว ก่อนย้อนถามเอ็มซีว่าเมื่อกี๊เซจองเพิ่งทานขนมสาหร่อยก่อนจะขึ้นมา ตอนนี้มีอะไรติดฟันมั้ยคะ ก่อนหัวเราะร่วน จากนั้นก็พาย้อนไปดูฉากเด็ดๆ รวมถึงพูดคุยถึงแต่ละคาแรคเตอร์ที่เคยแสดง

          เริ่มจากบทรา อึนโฮ ในซีรี่ส์ School 2017 เธอบอกว่าสิ่งที่ได้รับจากอึนโฮคือเป็นตัวละครที่ทำให้เซจองได้เป็นนางเอกเรื่องแรก เลยมีทั้งความกดดันว่าจะแสดงได้
ดีมากแค่ไหน แต่ว่านักแสดงทุกคนในเรื่องเป็นหน้าใหม่หมดเลย จำได้ว่าตอนถ่ายทำเหมือนไปเล่นกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ทำให้ได้เพื่อนที่ดี ได้พี่สาวที่ดี นักแสดง ณ ตอนนั้นทุกคนก็เติบโต จากนั้นก็พาไปดูหนึ่งฉากในเรื่องนี้ที่ทำให้เธอได้สมญานามว่าเป็น 'เจ้าหญิงแห่งแอกโย' เป็นซีนแสดงความเป็นเจ้าของพระเอกจากสาวอื่นด้วยการทำท่าน่ารักๆ อ้อนๆ ที่ดูแล้วต้องยิ้มตามไปกับเธออย่างแน่นอน เธอดูไปก็อายม้วนไปกับการแสดงในเรื่อง จากนั้นเซจองก็ได้ย้อนความจำด้วยการแสดงฉากดังกล่าวให้ดูกันสดๆ บนเวทีเพื่อเซซังชาวไทยโดยเฉพาะ เธอถามก่อนว่าอยากดูจริงหรือเปล่า ว่าแล้วก็แสดงซีนดังกล่าวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและลีลาที่ไม่เพี้ยนไปจากตอนแสดงในเรื่องเลย ได้รับเสียงกรี๊ดสนั่น เมื่อถามว่านั่นใช่ตัวตนจริงๆ ของเธอหรือเปล่า เธอก็ตอบติดตลกว่าใช่ค่ะ แต่กล่าวต่อว่า ได้แสดงบทแบบนี้แล้วเหมือนปลาได้น้ำเลย สนุกมาก แบบนี้ให้ทำทั้งวันยังทำได้เลย เรื่องนี้ยังมีความเป็นอึนโฮผู้แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อยเพราะมีฉากชกต่อยอยู่ด้วย สิ่งที่อยากจะบอกอึนโฮในตอนนี้คือ เพราะอึนโฮทำให้ไม่กลัวการแสดง ทำให้มีความสุขกับการแสดง ทำให้ได้เจอกับเพื่อนๆ ที่ดีๆ เยอะมากเลย ก่อนปิดท้ายว่า "ขอบคุณน้าที่ทำให้ต้องทำแอกโยทุกที่ๆ ไปเลย" 555

         ต่อมาคือบท โด ฮานา จากเรื่อง The Uncanny Counter ที่เป็นเดอะ เบสต์ ซีรี่ส์ ในใจเอ็มซีเลย เซจองเล่าว่า โด ฮานาในเรื่อง เป็นคนที่แข็งแกร่งแต่จริงๆ แล้วเป็นคนที่อ่อนไหวมากๆ เลย ความคล้ายของโดฮานากับเซจองคือความเท่ เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนบอกต่อว่า จริงๆ คือความคล้ายก็การที่พยายามที่จะไม่มองแผลของตัวเอง แต่ตอนนี้เซจองรู้จักวิธีการรักษาแผลตัวเองแล้ว คือต้องมองแผลตัวเองให้ชัดถึงรู้ว่าจะสมานแผลของตัวเองอย่างไร จากนั้นก็ไปดูฉากแอ็คชั่นเตะต่อยในเรื่องที่สุดเท่ของเธอกัน เป็นฉากที่สะใจเอ็มซีมาก ตอนเล่นฉากนั้น เธอเล่าว่ามีการช่วยเหลือกันเยอะจริงๆ ครูที่สอนแอ็คชั่นมีความคล้ายกับเซจองมาก จากนั้นก็อำเซซังในฮอลล์ว่าครูที่สอนเป็นคนเล่นนะไม่ใช่เธอ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ความจริงเพราะเธอเล่นเอง เตรียมการแสดงแอ็คชั่นหลายเดือนอยู่ ตอนนี้ก็เตรียมภาคสองของเรื่องนี้อยู่

         มาถึงบท ชิน ฮารี จากเรื่อง Business Proposal ที่ได้รับเสียงกรี๊ดคับคั่ง ทุกคนชอบกันมากเพราะถ่ายทอดออกมาได้น่ารัก เธอก็เลยบอกว่าก็ต้องขอบคุณ
มากๆๆๆ จริงๆ เธอสารภาพว่าไม่รู้ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีแบบนี้เพราะไม่ค่อยได้มาต่างประเทศและจัดงานแบบนี้ แต่ว่าล่าสุดที่ไปภูเก็ตก็มีคนเข้ามาถามว่าใช่ฮารีหรือเปล่า ใช่ที่เล่น Business Proposal หรือเปล่า มีมาถามเยอะเลยภูมิใจมาก ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะทุกคน ขอบคุณมากๆ ส่วนอยากจะบอกอะไรฮารี เธอก็บอกว่า "คงจะดีนะแก อิจฉามากๆ เลยกับซีอีโออ่ะ" ว่าแล้วก็พาไปดูฉากเด็ด เป็นฉากที่ฮารีเมาเข้ามาในบ้าน เธอบอกว่าชอบฉากนี้เพราะว่ามีความทรงจำว่าตอนถ่ายทำสนุกจริงๆ เป็นฉากที่ชอบเป็นการส่วนตัวที่สุดด้วย การถ่ายทำกับเพื่อนที่ชื่อ ซอล อินอา สนุกจริงๆ เราปล่อยตัวยังไงเขาก็จะปล่อยตัวอย่างนั้น เหมือนถ่ายไปแบทเทิลไปว่าใครจะสนุกกว่าใคร เรื่องนี้ยังมีฉากโรแมนติกด้วย เป็นฉากสารภาพรักของพระเอกและคิสกันค่อนข้างดูดดื่ม ดูไปก็เขินไป แทบจะแทรกตัวหนีจากบนเวที เมื่อถามว่ารู้สึกยังไงเธอก็บอกว่า "ถึงบอกไงคะว่าคงจะดีจังเลยนะแก" ก่อนบอกว่า "อายจังเลยค่ะ"

         มาถึงบทอน มาอึม จากเรื่อง Today's Webtoon เธอบอกว่าเป็นเด็กที่ชอบความฝัน แต่มีความหดหู่ เป็นตัวละครที่สอนเซจองว่าเราจะเอาชนะความหดหู่เหล่านั้นกลับขึ้นมามีชีวิตชีวาได้อย่างไร ว่าแล้วก็ไปดูฉากเด็ด เป็นซีนเรียกน้ำตามที่อน มาอึมบอกกับพ่อว่าขอเลือกเส้นทางที่ตัวเองเลือกไม่ใช่ที่พ่ออยากให้เป็น เมื่อถามว่าถ้าเกิดเราอยู่ตรงนี้เห็นเหตุการณ์แบบนี้อยากบอกอะไรกับอน มาอึม เธอบอกว่าอยากบอกว่าพูดในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว กับความฝันเราไม่ควรที่จะไปตัดสินหรือประเมินความฝันนั้นในสายตาของคนอื่น เซจองรักในความฝันของเซจอง ไม่อยากให้ไม่กล้าที่จะฝันเพราะกลัวสายตาของผู้อื่น เพราะเวลาที่เราฝันนี่แหละที่มันสวยงามที่สุด อยากให้ทุกคนมีความฝันของตัวเอง เหมือนกับที่เซจองเป็นอีกหนึ่งความฝันของเหล่าเซซัง ส่วนความฝันของเซจอง เซจองจะเป็นคนรับผิดชอบทำให้ความฝันมันเป็นจริงเอง ส่วนในอนาคตเธอบอกว่าอยากลองเล่นบทร้าย เพราะที่ผ่านมาจะเป็นบทยิ้มให้พลังงานบวกตลอด แต่เวลาเซจองน่ากลัวมันก็จะน่ากลัวจริงๆ นะคะ เธอว่าอย่างนั้นก่อนหัวเราะ และบอกว่าอยากรับบทร้ายที่มีอำนาจ มีเสน่ห์ มีความสง่า อารมณ์แบบราชินีอะไรประมาณนั้น และเมื่อพูดถึงซีรี่ส์สาวเซจองก็ไม่พลาดที่จะหยิบเพลง LOVE, MAY BE เพลงประกอบซีรี่ส์ยอดฮิตเรื่อง Business Proposal มาให้แฟนๆ ได้ฟังกันสดๆ ก่อนจะตามด้วยเพลง NEVER ENOUGH ที่ทำให้ทุกคนขนลุกไปกับพลังเสียงไฮโน้ตของเธอ

         ส่วนสาเหตุที่เลือกเพลง NEVER ENOUGH มาโชว์นั้นเธอฟังเพลงนี้โดยไม่เคยได้ดูภาพยนตร์ The Greatest Showman มาก่อน ก็เลยชอบเนื้อเพลงเป็นหลัก อยากส่งต่อให้ชาวเซซังก็เลยเลือกเพลงนี้ เนื้อเพลงประมาณว่าไม่ว่าจะให้ทรัพย์สินเป็นแสนเป็นล้านก็ไม่เพียงพอถ้าหากว่าไม่มีคุณอยู่ ก็เหมือนเซจอง ต่อไปในฐานะนักแสดงหรือโด่งดังมีชื่อเสียงมากมายขนาดไหน แต่ถ้าเกิดไม่มีโอกาสได้พบเจอได้ใช้เวลาร่วมกันกับเซซังมันก็จะไม่มีความหมายสำหรับเซจอง เซจองไม่ได้ร้องเพลงอย่างเดียวก็จะต้องแสดงด้วย บางทีก็ถึงทางแยกที่จะต้องเลือกบางอย่าง แต่ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็ตามขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่า เซจองไม่เคยลืมเซซัง จะคิดถึงเซซังตลอด ถ้าไม่มีเซซังมันไม่เคยพอสำหรับเซจองได้เลย เลยได้รับเสียงกรี๊ดสนั่นไปกับความหมายดีๆ ที่เธออยากสื่อ

         และเมื่อได้มาเจอกันครั้งแรกทั้งที เซจองก็เลยชวนแฟนๆ มาทดสอบกันหน่อยว่ารู้จักกันมากแค่ไหน ด้วยเกมที่ให้ร่วมตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเธอ ใน GAME 'ความ
ชอบของเซจอง' เธอบอกว่าเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงความชอบบ่อยมาก เป็นคนที่ตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย โดยเกมนี้จะถามเซซังในฮอลล์เกี่ยวกับตัวเซจองว่าใช่หรือไม่ใช่ ถ้าใช่ ตอบ O หรือถ้าไม่ใช่ตอบ X โดยที่เซจองจะหันหลังตอนที่เซซังตอบ ข้อแรกถามว่า เซจองชอบกินผักชีใช่หรือไม่ใช่ เซจองตอบว่าไม่ เธอบอกว่าไม่ใช่ไม่ชอบ แต่คำถามคือกินเก่งมากมั้ย ก็เลยตอบไม่ใช่ เพราะทานบ้างเวลาที่ผักชีเข้ากับอาหารนั้น แต่ไม่ใช่ใส่แบบระห่ำอะไรแบบนั้น ที่เกาหลีบางคนชอบผักชีก็จะชอบโอเวอร์ ชอบก็จะใส่เยอะๆ ก็เลยอยากถามว่าที่เมืองไทยถ้าชอบเขาจะใส่ระห่ำแบบนั้นหรือเปล่า พอเอ็มซีบอกว่าใส่เป็นพิธี เธอก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเซจองชอบผักชี หรือข้อ 2. ที่ถามว่า ตอนที่มาเมืองไทยรับประทานอาหารหรือกินอะไรบนเครื่องบิน ใช่หรือไม่? เธอบอกว่าใช่ เพราะอาหารบนเครื่องบินมันเสมือนการเริ่มต้นการเดินทาง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอิ่มแค่ไหนหรือจุกนิดหน่อยก็จะต้องทาน แอบกระซิบว่าไม่ต้องเปลืองตังค์ด้วย ข้อ 3. ตอนมาถึงฮอลล์ถ่ายเซลฟี่ไปแล้วเรียบร้อย ใช่หรือไม่? แฟนๆ ส่วนใหญ่ตอบ O ใช่ เซจองตอบ X เธอบอกว่าจริงๆ แล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ต้องถ่ายนั่นแหละ แต่วันนี้เวลามันกระชั้นชิดก็เลยยังไม่ได้ถ่าย แตถ่ายแน่เพราะชุดสวยงามขนาดนี้ (หัวเราะ) เดี๋ยวถ่ายแล้วจะอัพลงโซเชียลด้วย ข้อ 4. ถึงโรงแรมเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าและไปแขวนในตู้เสื้อผ้าทันที ใช่หรือไม่ใช่? แฟนๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอบ X เธอเองก็ตอบ X และข้อ 5. ถ้าไปเที่ยวแล้วชอบซื้อของที่ระลึกของฝากกลับไปตลอดเลย? แฟนๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ตอบ O เธอเองก็ตอบ O เธอบอกว่าปกติก็จะไม่ค่อยซื้อของที่ระลึกกลับมาฝากเท่าไหร่ แต่จะคิดว่าจะซื้อสักอย่างเพื่อที่จะรำลึกการท่องเที่ยวครั้งนั้นได้ เพราะฉะนั้นล่าสุดเวลาเที่ยวก็จะซื้อโปสการ์ด เพราะเวลาซื้อโปสการ์ดก็จะมีการเขียนความรู้สึก เมื่อเวลาผ่านไปก็จะหยิบมาดู ความรู้สึกเหล่านั้นก็จะย้อนกลับมา ครั้งที่แล้วที่ไปภูเก็ตซื้อโปสการ์ดไปสามใบ แต่ครั้งนี้ยังไม่ได้ซื้อ

         จบเกมไปแบบประทับใจก่อนจะบอกว่า เธอยังมีบทเพลงมากฝากอีกเพลงนึง เป็นเพลงที่เซจองอยากจะพูดกับแฟนๆ คือตัวจริงเซจองเป็นคนขี้กลัวมากๆ เลย แต่
ว่าจากเซจองที่ขี้กลัวแบบนี้สามารถที่จะทำให้เซจองรักแบบสบายใจได้ด้วยความรักที่ได้รับแบบเปี่ยมล้นจากเซซัง แม้เซซังจะให้ความรักมากมายขนาดนี้แต่บางครั้งเซ
จองก็ยังกลัวอยู่ เพราะฉะนั้นเซซังจะต้องให้ความรักเซจองแบบนี้ ให้เซจองมีความกล้าหาญต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ ซึ่งบทเพลงที่ว่าก็คือเพลง WHALE นั่นเอง จบเพลงเซจองบอกความในใจว่า "งานแฟนมีตติ้งครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ เลย รู้สึกโชคดีที่เพลงที่ร้องให้ทุกคนฟังออกมาได้ดีกว่าที่คิดหรือกังวลไว้ วันนี้ได้มาเจอกันแล้ว เพราะฉะนั้น ต่อไปๆๆๆ เราก็จะได้มาเจอกันอีกนะคะ อยากจะจดจำใบหน้าที่ไม่มีหน้ากากอนามัย จดจำใบหน้าทุกคน ขอบคุณทุกๆ คนที่มาในวันนี้และขอบคุณทุกคนที่มอบของขวัญให้กับเซจองในวันนี้ ต่อไปก็จะส่งของขวัญมาให้ทุกคนอีกเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้กำลังใจให้ความรักกับเซจองแบบนี้ต่อไปด้วยนะคะ ซารังแฮโย" เมื่อถามว่าในอนาคตจะมีงานเพลงหรืองานละครอะไรให้ติดตามบ้าง เธอบอกว่าเอาเฉพาะเพลงตอนนี้ก็แต่งไว้เกิน 20 เพลงแล้ว จะคัดให้ดีๆ ออกอัลบั้มในปีหน้าแน่นอนเพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนติดตามกัน รวมไปถึง The Uncanny Counter ภาค 2 ตอนนี้ก็กำลังถ่ายทำอยู่อยากให้ทุกคนติดตามกันด้วย

         จากนั้นสาวสวยก็ขอถ่ายรูปเก็บบรรยากาศแห่งความสุขระหว่างเซจองกับเซซัง แต่ปรากฏว่ามีโปรเจ็กต์จากแฟนๆ เซซังไทยด้วยคลิปซึ้งๆ เพื่อส่งกำลังใจให้เซจอง รวมทั้งร่วมกันชูป้ายโปรเจ็กต์ประโยคภาษาเกาหลีว่า 무슨일이 있어도 세상은 항상 여기있을게(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเซซังจะอยู่ตรงนี้เสมอ) พร้อมส่งเสียงตะโกนบอกรักดังลั่นฮอลล์ ทำเอาเซจองถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มองแฟนๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ ความพิเศษยังไม่หมดแค่นั้น แฟนๆ มีเซอร์ไพรส์ก๊อกสองกับของขวัญที่เป็นของที่ระลึกจากเมืองไทยให้อีกเซ็ตใหญ่เจ้าตัวดีใจสุดๆ ส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น "สวยจังเลยค่ะ นี่อะไรคะ น่ารักจังเลย ขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ" ก่อนบอกว่าทำไมชอบหลอกว่าจะถ่ายรูปแล้วทำให้ร้องไห้อยู่เรื่อยเลย เตรียม Baby I Love You แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" "ต่อไปเซจองสัญญาว่าจะไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อยลำบากแบบนี้อีกนะคะ ก็จะให้เห็นแต่ภาพสดใส ความสนุกสนาน เพราะฉะนั้นเซซังก็ขอให้ติดตามเซจองนะคะ การที่เซจองมางานคอนเสิร์ต มางานแฟนมีตติ้งแบบนี้คนเดียวเป็นครั้งแรกในต่างประเทศ ที่ผ่านมาปฏิเสธตัวเองมาตลอดว่าความจริงแล้วเซจองคิดถึงเมมเบอร์ และก็อย่าลืม IOI และ Gugudan ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเซจองด้วยนะคะ ห้ามลืมเด็ดขาดนะคะ และก็ในฐานะเซซังเราให้กำลังในความฝันของพวกเธอเหล่านั้นไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อเอ็มซีบอกว่าเซซังมีอยู่ทั่วโลกฝากเซซังไทยไว้ในใจด้วยนะ เธอหัวเราะก่อนบอกต่อว่า "จะให้ลำเอียงก็กระไรอยู่นะคะ แต่ว่าคนเราก็ชอบทั้งต็อกบกกี ชอบทั้งพิซซ่า ชอบทั้งปูผัดผงกะหรี่ เพราะฉะนั้นเซซังไทย เซจองจะรักเหมือนรักปูผัดผงกะหรี่ที่รักแบบพิเศษสุดค่ะ" พร้อมกันนี้ก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกันอีกครั้งเพื่อถือป้ายโปรเจ็กต์ด้วย ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลง SKYLINE และอีกเพลงในช่วงอังกอร์อย่าง LET’S GO HOME พร้อมทิ้งท้ายแบบท้ายจริงๆ กับการทำท่า 5 แอกโยตามแฟนรีเควสต์ และบอกว่าจะมาอีกนะคะ ส่งท้ายความสุขจบงานด้วยความประทับใจทั้งศิลปิน และแฟนคลับ!!

         ครั้งหน้าผู้จัดจะพาศิลปินคนไหนมาพบกับแฟนๆ ชาวไทยกันอีก รอติดตามกันได้ที่ Facebook, Twitter และ Instagram @KOKOCONNECTION

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้